Home arrow ---> Reviews arrow รีวิว: Native Instruments KORE 2

รีวิว: Native Instruments KORE 2 PDF Print
Written by PHz   
Monday, 30 June 2008
Article Index
รีวิว: Native Instruments KORE 2
แกะกล่อง
the super instrument
service center
KORE 2 Controller MIDI Keyboard
ส่งท้าย

ค้นหาความหมายของคำว่า “THE SUPER INSTRUMENT”

ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสาร The Absolute Sound & Stage

clip_image002Native Instruments (NI) จากมุมมองของผู้เขียน เป็นบริษัทที่มีคุณูปการอย่างยิ่งยวดในวงการ Computer Music ตั้งแต่เรื่องของแนวคิดที่ชัดเจนในการก่อตั้ง เป็นที่มาของชื่อ Native Instruments ซึ่งแปลว่า “การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานเป็นเครื่องดนตรี โดยไม่ต้องพึ่งพาแรงประมวลผลจากอุปกรณ์อื่น ๆ” ท่านผู้อ่านลองมองย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อนตอนที่ NI เริ่มก่อตั้งนะครับ ว่าคอมพิวเตอร์ตามบ้านทั่วไปนั้น มี CPU แรงระดับไหน และมันทำอะไรได้บ้าง เพราะก่อนหน้านั้นการนำแนวคิดของเครื่องดนตรี มาใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อทำการสร้างเสียงในแบบเรียลไทม์นั้น จำเป็นต้องใช้ Audio Processor ที่ออกแบบมาเพื่อเรนเดอร์เสียงโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ที่จะมีสิ่งเหล่านี้ใช้ต้องเป็น Facility ขนาดใหญ่ระดับเดียวกับ Skywalker Sound System หรือสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษาชั้นนำเท่านั้นที่ได้มีโอกาสใช้กัน


และการที่ตลอด สิบกว่าปีที่ผ่านมาของ NI ออกซอฟต์แวร์ดนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยมีการออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ Function ที่ใช้งานได้ตรงประเดน มีมุมมองที่มาจากนักดนตรีและเอนจิเนียร์ได้อย่างลงตัว ไปจนถึงหน้าตาที่ออกแบบได้อย่างมีรสนิยม ทำให้เครื่องดนตรีที่เป็นเพียงซอฟต์แวร์นั้น มีชีวิตขึ้นมาให้เหมือนกับจับต้องได้ ผ่านเวลามาจนปัจจุบัน NI มีสายผลิต��ัณฑ์ที่กว้างและมากพอ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของอุตสาหกรรมเครื่องดนตรีที่จะนำผลิต��ัณฑ์ของตัวเองมายำ เข้าด้วยกันเป็นผลิต��ัณฑ์ใหม่ ขณะที่การบรรจบระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์เป็นเทรนด์หลักของเครื่องดนตรี สมัยใหม่ กลยุทธ 2 อย่างนี้ NI ได้หาวิธีที่เหมาะสมที่สุด ที่นำมาประยุกต์ใช้ด้วยกัน จนเป็นที่มาของ “KORE”

clip_image004

แนวคิดของ KORE คือการนำซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์มาใช้ในการแสดงสด โดยมีระบบการจัดการที่เอื้ออำนวยสารพัดอย่าง โดยมีฮาร์ดแวร์ทำหน้าที่เป็น Controller สำหรับควบคุมการทำงานโดยไม่ต้องไปสัมผัสอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่าง เมาส์ คีย์บอร์ด หากแต่หน้าตาของ KORE Controller จะมีลักษณะเหมือนปุ่มที่อยู่บนคีย์บอร์ดเวิร์กสเตชั่น ซึ่งนักดนตรีคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

KORE เวอร์ชันแรก ผู้เขียนไม่ได้สัมผัสตรง ๆ เพียงแต่ได้อ่านความคิดเห็นจากหลาย ๆ ที่มา พบว่ามันมีปัญหาเรื่องเสถียร��าพ ซด CPU สูง และหากเราติดตั้งบนเครื่องใหม่ เราจำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์ตัวอื่น ๆ ด้วย เพราะ KORE เวอร์ชันแรกจะทำหน้าที่เป็นเพียงโฮสต์ให้กับ VST/AU Plugin เท่านั้น

ไม่เกินอึดใจ NI ได้ปล่อย KORE 2 ออก มา ด้วยคำจำกัดอย่างโอหังว่า “THE SUPER INSTRUMENT” ด้วยความพยายามในการแก้ปัญหาของเวอร์ชันแรกด้วยการตัดส่วนที่เป็น Audio Interface ออกจาก KORE Controller เพราะการที่มันทำอะไรได้ทุกอย่างให้ดีและมีเสถียร��าพนั้น เป็นเรื่องยาก KORE 1 นอกจากจะส่งสัญญาณเสียงได้แล้ว ยังส่ง Control Signal ที่มีความละเอียดสูงด้วย ซึ่งนั้นคือสาเหตุว่าทำไม KORE 1 จึงไม่มีเสถียร��าพ

และหากว่าเราติดตั้ง KORE 2 เป็นครั้งแรก ก็สามารถเล่นสนุกได้ทันที เพราะมี Instruments ในตัวเอง แม้ว่าเราไม่เคยติดตั้ง Softsynth อื่นใดเลย เพราะ KORE 2 จะใช้ Sound Engine จาก REAKTOR, MASSIVE, ABSYNTH, FM8, KONTAKT, GUITAR RIG ฯลฯ ด้วย ซึ่งจะมีพรีเซตเสียงให้เราเลือกใช้กว่า 500 เสียง (ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ซอฟต์แวร์ของ NI อย่าง REAKTOR หรือ ABSYNTH ตัวเต็มมาใช้นะครับ มันเป็นเพียง Sound Engine ที่เราปรับแต่งได้นิดหน่อยและไม่มี GUI จากเวอร์ชันเต็มมาให้ใช้) หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายกว่าคือ เราติดตั้ง KORE 2 เพียงครั้งแรก ก็สามารถเล่นเสียงเจ๋ง ๆ ได้เลย โดยไม่ต้องมีชุด NI KOMPLETE หรือซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์จากค่ายอื่นอยู่ก่อน

และในวันนี้ ผู้เขียนเองก็ได้มีโอกาสสัมผัสกับ KORE 2 ตัวจริง เสียงจริง เพราะตอนนี้บ้านเรามีตัวแทนจำหน่ายผลิต��ัณฑ์ของ Native Instruments อย่างเป็นทางการอย่าง “Pro Plugin” ต้องขอขอบคุณพี่โจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


Last Updated ( Monday, 30 June 2008 )
 
< Prev   Next >