Home arrow ---> Reviews arrow รีวิว: Native Instruments KORE 2

รีวิว: Native Instruments KORE 2 PDF Print
Written by PHz   
Monday, 30 June 2008
Article Index
รีวิว: Native Instruments KORE 2
แกะกล่อง
the super instrument
service center
KORE 2 Controller MIDI Keyboard
ส่งท้าย

แกะกล่อง

KORE 2 ถูกแพ็คมาอย่างดี แกะง่าย อุปกรณ์มีไม่เยอะมากครับ มีแค่ตัว KORE Controller สาย USB แผ่น DVD และคู่มือความหนาเท่าพ๊อคเก็ตบุคความหนากำลังดีเท่านั้นเอง

KORE Controller ในเวอร์ชันใหม่นี้ มีหน้าตาคล้ายของเดิมและใช้งานแทนกันได้ครับ ใครมีของเก่าอยู่ก็เอามาใช้แทนกันได้ แต่ของใหม่จะดีกว่าหน่อยในแง่ที่เราสามารถเสียบใช้งานมันเมื่อไรก็ได้ ขณะที่รุ่นเก่า เราต้องเสียบใช้งานก่อนแล้วค่อยเปิดซอฟต์แวร์ ไม่สามารถเปิดซอฟต์แวร์ก่อนและค่อยเสียบใช้งานได้ ที่ว่าเสียบใช้งานก็เพราะว่ามันไม่มีสวิตซ์เปิดปิดครับ มันถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียบไว้ตลอด เมื่อเปิดซอฟต์แวร์ตัว KORE Controller ก็จะสาดแสงสีแดงสวยพร้อมใช้งานได้ทันที

จุดแตกต่างอีก จุดคือส่วนที่เป็น Audio Interface ที่ถูกแทนที่ด้วยช่องเสียบ Pedal ถึง 4 ช่องด้วยกัน มี MIDI I/O หนึ่งคู่ มี Kensinton Lock และตะขอให้ติดตั้งกับผนัง สำหรับร้านค้าที่ต้องการแขวนโชว์สวย ๆ โครงสร้างผสมผสานระหว่างส่วนที่เป็นอลูมิเนียมและพลาสติก หนักและแข็งแรงมาก ๆ ปุ่มทุกปุ่มกระชับและให้สัมผัสในการกดที่ดี โดยเฉพาะปุ่มหมุนนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ ยิ่งได้สัมผัสตอนใช้งานจริง ๆ ที่ให้ความละเอียดสูงกว่า MIDI ถึง 10 เท่า จะยิ่งรู้สึกถึงการเชื่อมโยงระหว่างตัวเลขที่เปลี่ยนไปกับเสียง ก็ได้แต่รอคอยว่าเมื่อไรที่มาตรฐาน MIDI มีการอัพเกรดขึ้น พวกเราจะได้ใช้ปุ่มควบคุมเนียน ๆ นี้เป็นมาตรฐานกันจนเป็นเรื่องธรรมดา

clip_image006จอ LCD เป็นแบบ Monochrome สีแดงดำสวยงามเมื่อวางอยู่บน KORE Controller การแสดงตัวอักษรอยู่ที่ประมาณ 3-4 บรรทัดอ่านง่าย ผู้ที่ชอบเล่นอุปกรณ์ไฮเทคอาจนำไปเทียบกับมาตรฐานปัจจุบันว่า อุปกรณ์ Consumer Electronics ทั่ว ๆ ไป ที่งบประมาณ 2 หมื่น (ซึ่งเป็นค่าตัวของ KORE 2) เราน่าจะได้จอสีขนาด 3 นิ้ว ซึ่งใหญ่พอให้เราทำทุกอย่างผ่าน KORE Controller ได้โดยไม่ต้องพึ่งจอคอมพิวเตอร์เลย แต่นั้นอาจไม่ยุติธรรมเท่าไรครับ เพราะแท้จริงแล้วขนาดของตลาดห่างกันเยอะมาก ทั้ง KORE 2 เป็นระบบที่มีเรื่องของซอฟต์แวร์ชั้นดีแถมมาด้วย ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้

หลังจากต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ KORE จะแสดงสีสันสีแดงผ่านปุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ตามปุ่มหมุน ปุ่มกดอย่างสวยงามโดยที่ยังไม่ต้องติดตั้ง Driver แผ่น DVD ที่ให้มาเป็นแผ่นที่รันได้ทั้งบน Mac และ Windows ซึ่งผู้เขียนก็ทดสอบบนทั้งสอง Platform เช่นกันครับ พบว่าการติดตั้งนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แบ่งออกเป็นขั้นตอนย่อยประมาณ 3 ขั้นตอนคือติดตั้ง Driver, ติดตั้ง KORE Software และ Sound Library ซึ่งขั้นตอนนี้กินระยะเวลานานมาก ๆ ครับ อันเนื่องมาจากข้อมูลกว่า 5 GB (Dual Layer) แบ่งออกเป็นไฟล์เสียงย่อย ๆ นับพัน ๆ ไฟล์ค่อยจัดเก็บลงฮาร์ดไดร์ว และสุดท้ายเป็นซอฟต์แวร์สำหรับทำการ Activate ชื่อ Service Center ซึ่งเป็นระบบใหม่แบบรวมศูนย์ หากเครื่องเรามีซอฟต์แวร์จาก NI หลายชนิด ต้องทำการ Activate ผ่านระบบใหม่ ซึ่งต่างจากระบบเก่าที่ซอฟต์แวร์แต่ละตัวจะมีระบบ Activate แยกเป็นเอกเทศ ในแง่ของการจัดการจะทำได้ง่ายกว่า (ในกรณีที่เราซื้อซอฟต์แวร์จาก NI ทั้งหมดอย่างถูกต้อง) ขณะที่ในแง่ของการ Pirate นั้น จะลำบากมากขึ้น เพราะระบบนี้มีการตรวจสอบและส่งผลกลับไปที่เครื่อง Server ของ NI ด้วย ดังนั้นหากใครใช้ KORE ทั้งแบบถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ร่วมกับซอฟต์แวร์ NI อื่น ๆ ระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ถึงขั้นตอนนี้หากท่านผู้อ่านลอง เล่นบ้าง ทางเว็บ native-instrments.com ก็มีตัว Demo ให้ลองเล่นด้วยนะครับ เข้าไปดาวน์โหลดกันมาได้ หรือทาง NI ยังมีซอฟต์แวร์ลูกที่ชื่อ KORE Player ที่เพิ่งเปิดตัวใน Winter NAMM 2008 นี่เอง KORE Player เปรียบเสมือน Sound Module ให้เราโหลดเสียงในฟอร์แมท KORE SOUND เข้าไปเล่น ซึ่งทาง NI ให้ใช้กันฟรี เพราะต้องการจะขาย KORE Soundpacks เป็น Soundware ราคาไม่แพง (ชุดละ $60) ใช้กับ KORE เท่านั้น เป็นกลยุทธทางการตลาดที่ดีครับ เพราะ Soundware ลักษณะนี้ มีข้อดีกว่า Sample Library มาก ๆ ในแง่ที่เราปรับเปลี่ยนอะไรได้หลากหลายกว่า และมีราคาถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับการที่เราซื้อ Expansion Module บน Keyboard Workstation ทั่วไป


Last Updated ( Monday, 30 June 2008 )
 
< Prev   Next >