---> Reviews
รีวิว: Native Instruments KORE 2 | รีวิว: Native Instruments KORE 2 |
|
|
| Written by PHz | ||||||||
| Monday, 30 June 2008 | ||||||||
Page 3 of 6
THE SUPER INSTRUMENT
หลัง จากติดตั้งทุกอย่างเรียบร้อย ไม่กี่อึดใจก็สามารถเปิดซอฟต์แวร์ KORE 2 ขึ้นมาเล่นได้ทันที ซึ่งจากคู่มือก็แนะนำให้เราเปิด KORE 2 ในโหมด Standalone ขึ้นมาเล่นก่อนที่จะเล่นในโหมด Plugin มิฉะนั้นการทำงานอาจไม่สมบูรณ์ เรื่องนี้ผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องของการ Scan ปลั๊กอินตัวอื่น ๆ ในระบบเพื่อนำมาใช้กับ KORE 2 ได้ เพราะหากเราเปิดในโหมด Plugin KORE 2 จะไม่มีข้อมูลปลั๊กอินตัวอื่นอยู่ในระบบของ KORE 2 เลย ซึ่งในเรื่องของการ Scan นี่ล่ะครับ ที่อาจเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนที่มีปลั๊กอินในระบบเยอะ ๆ อย่างผู้เขียนเองที่รอการติดตั้งอยู่เกือบชั่วโมงแล้ว ยังต้องการการ Scan ปลั๊กอินอีกเกือบชั่วโมง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการ Scan นั้น ไม่ราบรื่นเท่าไร (บน Windows XP) เพราะเกิดปัญหาค้าง ทำให้เราต้องมาคอย Force Quit แล้วเปิดใหม่ให้มัน Scan ผ่านไป เป็นแบบนี้อยู่ 3 รอบ ถึงได้เล่น Browser สำหรับเลือกเสียงจากชนิดของเครื่องดนตรี/ Mode/ แนวเพลง ขอยืมมาจากซอฟต์แวร์ดนตรีของ Appleใน ขณะที่บน Mac ที่ผู้เขียนไม่เคยลงปลั๊กอินอะไรเลย หลังจากติดตั้งก็เปิด KORE 2 ขึ้นมาเล่นได้ทันที ความประทับใจแรกของการเล่นนั้น ดีมาก ๆ ครับ เสียงต่าง ๆ ถูกจัดทำมาอย่างดี ให้ความรู้สึกในการเล่นที่สนุกเหมือนกับเล่น Keyboard Workstation คุณ��าพของเสียงสังเคราะห์หรือเสียงที่มาจาก Synth Engine นั้น เชื่อขนมกินได้อยู่แล้ว ขณะที่เสียงที่เป็น Sample โดยเฉพาะเครื่องดนตรีปราบเซียนอย่าง Acoustic Piano นั้น ทำได้ระดับดี แต่ยังไม่ถึงขั้นประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ประเ��ทเดียวกันอย่าง Apple Mainstage ซึ่ง ตรงนี้พอเข้าใจได้ครับ เพราะข้อมูลกว่า 5 GB นั้นถูกแชร์ให้กับเครื่องดนตรีหลายชิ้น ขณะที่ NI ต้องเลือกที่จะยอมเสียความเป็นธรรมชาติของเสียงเปียโน เพื่อแลกกับขนาดของโปรแกรมเสียงที่ไม่หนักมาก เพื่อที่จะสามารถใช้งานร่วมกับเสียงเครื่องดนตรีอื่น ๆ ��ายในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวได้ และหากมันถูกนำมาใช้พร้อมกับเครื่องดนตรีอื่น ๆ ด้วยการเรียบเรียงที่ดี ผลลัพธ์ก็ออกมาดีเช่นกัน หรือหากใครต้องการ Piano Software ที่ดีกว่า ก็มีทางเลือกมากมายในท้องตลาดครับ ส่วนเสียงอื่น ๆ ก็อย่างที่บอกไว้ มันเป็นเสียงที่มาจากซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์ที่ถูกใช้ในการเพลงงานเสียงทั่ว โลก ตั้งแต่สปอตของสถานีวิทยุท้องถิ่นบ้านเรา ไปจนถึง��าพยนตร์ฮอลลิวูด เชื่อว่าหลายท่านไม่สงสัยในเรื่องนี้อยู่แล้ว Sound Metrix สำหรับจัดการ Signal Path บน KORE 2เสียง แต่ละเสียงจะมีพารามิเตอร์ที่สร้างมารอไว้แล้ว ให้เราหมุน 8 พารามิเตอร์ แตกต่างกันตามแต่ Sound Designer จะออกแบบไว้ พรีเซตกว่า 500 เสียงจึงเล่นสนุกได้ทันที และให้แรงบันดาลใจที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะเวลาเราทำ Layer เสียงที่เจ๋ง ๆ ด้วยตัวเอง เสียงแต่ละเสียงยังมี Variation อีก 8 แบบ วิธีการเปลี่ยนจาก Variation หนึ่งไปอีกหนึ่ง ก็ทำได้ง่ายผ่านการหมุนปุ่ม ผลลัพธ์นั้นจะให้เสียงที่มีลักษณะ Morph จากเสียงหนึ่งไปอีกเสียงหนึ่ง ซึ่ง NI ได้ใส่ Feature นี้ไว้ในซินธ์รุ่นใหม่ ๆ ในไลน์ทั้งหมดด้วย เป็นการขยายขอบเขตให้กับพรีเซตเสียงได้อย่างชาญฉลาดมาก ๆ ทำให้การเป็น KORE SOUND format มีความหมายมากกว่าการเป็นแค่พรีเซตธรรมดาของซินธ์ตัวอื่น ๆ ครับ ผู้เขียนคิดต่อยอดไปอีกว่า หากวันหนึ่ง NI ได้เป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตคีย์บอร์ดอย่าง KORG, ROLAND, YAMAHA แล้ว ก็มีโอกาสที่ KORE SOUND ไปวาดลวดลายบนคีย์บอร์ดซินธ์ได้เช่นกัน หรือถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ก็เชื่อว่าแนวคิดจะถูก “ขอยืม” มาใช้ และวงการเทคโนโลยีดนตรีก็อาจเป็นวงการสุดท้าย (หรืออาจไม่มีวัน) ที่เราจะมีมาตรฐานกลางและเปิดกว้าง (นับจาก MIDI 1.0 ถึงปัจจุบันก็ 25 ปีแล้ว เรายังไม่เคยเห็น MIDI 2.0 อีกเลย) รายชื่อเสียงที่ปรากฏในหน้านี้ จะเห็นผ่าน KORE Controller ด้วย ใช้ Jog Wheel ในการเลือกเสียงได้เลยระบบ การ Navigate ต่าง ๆ ทั้งผ่านหน้า GUI ของซอฟต์แวร์หรือหน้า GUI ของ KORE Control ก็เข้าใจง่าย ๆ เล่นสนุกได้ตั้งแต่คราวแรก แต่ถ้าจะเล่นได้อย่างจริงจัง จำเป็นต้องปรึกษาคู่มือนิดหน่อยครับ เพราะซอฟต์แวร์มีความลึกในการใช้ระดับหนึ่ง ถ้าจะให้เทียบกับ Reaktor แล้ว ยังถือว่าน้อยกว่าและนักดนตรีจะเข้าใจได้ง่ายกว่า Reaktor ที่มีความลึกในระดับเล็กสุดของ DSP แม้ว่า GUI จะดูเข้าใจค่อนข้างง่าย แต่เนื่องจากในวันนี้ KORE ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์ตัวเดียวที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงสด ยังมี rax ของ Audiofile Engineering กับ Mainstage จาก Apple โดยเฉพาะตัวหลัง ถ้าใครได้ลองเล่นจะได้เห็นรูปแบบการออกแบบ User Interface ที่เหมาะสมแก่การนำไปใช้บนเวทีจริง ๆ โดยการวาง Visual Element ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น��าพคีย์บอร์ดหรือรายชื่อเพลงให้มีขนาดใหญ่พอที่นักดนตรีสามารถ มองเห็นได้ในระยะ 1-1.5 เมตร ขณะที่ถ้าเป็น KORE แล้ว ออกแบบมาให้นักดนตรีใช้ KORE Controller เป็นตัวแทนในการเล่นมากกว่าจอคอมพิวเตอร์ เพราะถ้าไม่วางจอคอมพิวเตอร์ในระยะ 0.5 เมตร GUI ของซอฟต์แวร์ KORE จะเล็กมากจนแทบไม่มีความหมาย คือออกแบบมาโดยไม่คิดถึงการใช้จอคอมพิวเตอร์บนเวทีให้คุ้มค่านั้นเอง คาดว่า KORE เวอร์ชัน 3 น่าจะมีส่วนที่ให้เราใช้ประโยชน์จากจอคอมพิวเตอร์ได้แบบเดียวกับ Mainstage ครับ แต่
ถ้าเราไม่ได้คิดจะใช้ KORE ในการแสดงสด การใช้ KORE
ทำงานเพลงและซาวน์ดีไซน์ในสตูดิโอนั้น แทบไม่มีที่ติครับ ใช้งานได้ดี
ให้แรงบันดาลใจและเล่นได้สนุกเหมือนการเล่นกับ Keyboard Workstation
จะมีจุดแพ้คือระยะเวลาในการโหลดเสียงนั้นช้าและไม่แน่นอน นั้นหมายความว่า
ในการนำไปแสดงสด เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้วิธีโหลดเสียงไปเล่นไป
นอกจากจะสร้าง Performance ให้โหลดทุกอย่างรอไว้ก่อนเท่านั้น พลังของ CPU
นั้นถูก KORE นำมาใช้อย่างคุ้มค่าเช่นเคย
ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเดนสำคัญในการนำมาแสดงสดเช่นกันครับ
ผู้เขียนพบว่าในแต่ละวันที่เล่น จะต้องมีอย่างน้อย 1 ครั้ง ที่เสียงสะดุด
แตกพร่า เกิดสิ่งแปลกปลอม อันเนื่องมาจาก CPU
ทำงานหนักจนเรนเดอร์เสียงไม่ทัน (อันนี้ Mainstage ก็เป็น แต่เกิดน้อยกว่า
KORE) จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่
คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อนและมีซอฟต์แวร์ที่ทำงานมากมายพร้อม
ๆ กัน การนำไปใช้แสดงสดจึงจำเป็นต้องทำ Test Run จนมั่นใจเสียก่อนครับ
ว่ามันจะไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้นในระหว่างเล่น
และถ้าเราเข้าใจกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์เราอย่างละเอียด
ปิดซอฟต์แวร์บางตัวที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่จำเป็น
ดูแลเรื่องโปรแกรมที่ติดตั้งอย่างรอบคอบ
ผู้เขียนก็เชื่อว่าเราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการแสดงสดอย่างดี |
||||||||
| Last Updated ( Monday, 30 June 2008 ) | ||||||||
| < Prev | Next > |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr