|
Page 5 of 5
REPLICANT จาก Audio Damage

การควบคุมการทำงานผ่าน Trigger Ring และ Opportunity Slider นั้นดูเหมือนง่าย แต่เข้าใจยากชะมัด
หนึ่ง
เดียวที่ในชุดนี้ที่ไม่ฟรี เพราะมีค่าตัวถึง $49 อย่างไรก็ตามครับ
เราเองก็เข้าใจกันดีว่ามีนักพัฒนาบางกลุ่ม พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอาชีพจริง ๆ
และ Audio Damage ผู้ผลิตซอฟต์แวร์แนว ๆ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ผลผลิตของค่ายนี้นั้นดีและไม่แพงอยู่แล้ว
เพื่อเทียบกับผู้ผลิตรายใหญ่ Audio Damage เป็นค่ายซอฟต์แวร์ดนตรีอินดี้
ที่มีพนักงานเพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งคนสำหรับเขียนโปรแกรม DSP
อีกหนึ่งคนสำหรับออกแบบ GUI และวางแนวคิดของโปรแกรม และแม้ว่าทาง Audio
Damage จะอธิบายที่มาที่ไปของ REPLICANT
ว่ามันทำมาให้ใช้งานง่ายและเข้าใจง่ายที่สุด โดยนำไปเทียบกับ Beat Repeat
ของ Ableton Live ว่าเหมาะกับคนเยอรมันที่มีคณิตศาสตร์อยู่ในหัวใจเท่านั้น
แต่พอผู้เขียนลองใช้เข้าจริง ๆ กลับพบว่าระบบของ REPLICANT
นั้นเข้าใจยากกว่าตัวอื่น ๆ ในครั้งแรกที่เล่น
แม้ว่าจะค่อนข้างประทับใจกับพรีเซตต่าง ๆ
ที่แสดงศักย��าพของโปรแกรมให้เห็นเท่านั้น และการที่มันไม่มี Balloon Tips
ทำให้ผู้เขียนต้องดาวน์โหลดคู่มือมาอ่านพร้อมกับทดลองเล่นไปด้วยถึงเกือบ
ชั่วโมง เป็นชั่วโมงที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก ๆ
เพราะว่ามันต้องจินตนาการเชื่อมโยงและสร้าง��าพกระบวนการทำงานในหัว
จึงเข้าใจ REPLICANT อย่างกระจ่างแจ้งครับ
โดยเฉพาะแค่ระบบ
Trigger Ring และ Opportunity Sliders (ที่เห็นเป็นวงกลมอยู่ตรงกลาง)
ที่ดูเหมือนเข้าใจง่าย แต่พอมาเรียนรู้จริง ๆ แล้ว
กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจบ้างนิดหน่อย
เพราะมันไปเชื่อมโยงกับพารามิเตอร์อื่น ๆ หลายตัว ซึ่งจะว่าไปแล้ว
เวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ในส่วนนี้ก็ไม่มากเท่าไร แต่เมื่อเทียบกับตัวอื่น
ๆ ในลิสต์แล้ว ผู้เขียนสามารถเข้าใจการใช้งานตัวอื่น ๆ ได้แทบจะทันที
ไม่ต้องเสียเวลาแม้แต่นิดเดียวเหมือน REPLICANT ไม่แน่ว่าในส่วนนี้
ท่านผู้อ่านมาลองใช้ ก็อาจเข้าใจมันได้ง่าย ๆ ก็เป็นได้ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ แล้ว การเล่นกับ
REPLICANT สนุก ๆ มาก เพราะได้ผลลัพธ์ที่หลากหลายมาก ๆ
เมื่อเทียบกับเอฟเฟกต์ประเ��ทเดียวกันอย่าง Beat Repeat หรือ SupaTrigga ทั้งยังเหมาะในการใช้สร้างความเปลี่ยนแปลงทางเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเปลี่ยนเสียงใหม่ไปเลยก็ยังได้ด้วย
REPLICANT
ยังติดเอฟเฟกต์สามตัวคือ Filters, Panner, Bit Reducer
รวมไปถึงการคุมทิศทางเดินหน้าถอยหลังด้วย Direction Controls
ทั้งหมดนี้คือหัวใจที่เสริมให้ REPLICANT
สร้างเสียงได้หลากหลายอย่างที่ได้เรียนท่านผู้อ่านไว้ในย่อหน้าที่แล้ว
ระบบ Audio Routing นั้น ยืมจาก Beat Repeat
มาเลย เพราะมีโหมดการทำงานเหมือนกันทุกอย่าง
ต่างเพียงแค่ชื่อเรียกเท่านั้น และหากเราใช้เวอร์ชัน VST ยังมีโหมด MIDI
Learn ซ่อนอยู่ด้วย (กด Ctrl+Shift หรือ CMD+Shift ค้างไว้
แล้วคลิกที่ปุ่มต่าง ๆ ของ REPLICANT) ช่วยให้ง่ายในการควบคุมผ่าน Control
Surface ส่วนถ้าใช้เวอร์ชัน AU ให้เรากำหนดค่าต่าง ๆ
ในส่วนนี้ผ่านโฮสต์ได้เลยครับ
แม้ว่ามันจะไม่ฟรี
แถมยังไม่มีเวอร์ชันทดลอง แต่ทาง Audio Damage
ก็ยังแสดงความจริงใจด้วยการรับประกันความพอใจ คืนเงินใน 30
วันโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ด้วย
ดังนั้นหากต้องการความหลากหลายจากเอฟเฟกต์ประเ��ทนี้ ก็ลองหยิบบัตรเครดิต
มาลองดูซักตั้งได้
ผู้ผลิต Audio Damage http://www.audiodamage.com
ราคา $49
Format VST-AU (Windows-UB)
นิยาม ฉันอาจมีราคา และเข้าใจยาก แต่ถ้าเข้าใจแล้ว คุณจะรู้ว่าฉันมีอะไรดีมากกว่าที่คิด

|