|
Written by PHz
|
|
Monday, 26 January 2009 |
เวอร์ชัน
นี้ออกมาช้าหน่อย กับซอฟต์แวร์ที่ปกติอัพเดทกันรายปี
จากซอฟต์แวร์เพื่อเหล่า Remixer และ DJ ที่นับวันจะโตขึ้นๆ
ทัดเทียมกับซอฟต์แวร์ DAW อื่นๆ โดยเพิ่มฟังก์ชันพิเศษที่ทำให้ Live
ไม่เหมือนใครอย่าง Groove Engine ซึ่งเดิมก็ทำงานได้ดีระดับหนึ่ง
แต่คราวนี้ทำได้ละเอียดขึ้น และทำได้แม้กระทั่งสามารถแกะข้อมูล Groove
จากเสียงหนึ่ง ไปใช้กับอีกเสียงหนึ่งได้ด้วย New Warp Mode ก่อน
หน้านี้ Warp Mode ยังติดข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆในการใช้งาน
เวอร์ชันนี้เราสามารถเลื่อนจุดวาร์ปได้ดั่งใจคิดครับ
เพราะระบบจะวิเคราะห์และทำหน้าที่ในการจัดการตรงนี้ให้
มีวาร์ปโหมดใหม่ที่ฉลาดขึ้น (Enhanced Beats, Complex) Looper เป็น
อุปกรณ์ตัวใหม่ที่จะช่วยทำบันทึกและ Overdub
ลูปเพื่อให้เราสามารถผสมผสานการเล่นได้อย่างสะดวกขึ้น
เหมาะทั้งการใช้เล่นสด (นึกถึงการที่นักดนตรีเล่นกีตาร์ตัวเดียว
ค่อยๆบันทึกซ้อนกันทีละแทรค โดยไม่ต้องแตะคีย์บอร์ดสั่งการเลย) Vocoder เอฟเฟกต์อันสุดคลาสสิคตัวนี้ เพิ่งจะมีในเวอร์ชันนี้ครับ ยังมีเอฟเฟกต์อื่นๆอย่าง Overdrive, Brick-Wall Limiter, Frequency Shifter, Multi-Band Effect ตรงนี้เพื่อเขยิบใกล้เข้ามาสู่ DAW เต็มรูปแบบอีกระดับ
ในเวอร์ชันล่าสุด Ableton ได้เพิ่มคอนเซปให้ตัวเองอีก 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่ทั้งหมดต้องจ่ายเงินซื้อครับคือ Share (แบ่งปัน ทำงานร่วมกัน) เรา
สามารถส่งงานให้เพื่อนด้วยคลิกเดียว โดยมี Server เป็นตัวการจัดการครับ
เราไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลทั้งก้อนไปทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่
Server จะจับเฉพาะไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้นจริงๆ
ที่ชอบมากๆคือหากเพื่อนของเราไม่มี Live
ระบบยังสามารถให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันเต็มจำกัดเวลามาให้ใช้ได้อีกด้วย
เป็นการประสานระหว่างแนวคิด Cloud Computing กับ Web 2.0 ได้ดีที่สุด
ขณะที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นยังไม่ได้มองเห็นอะไรแบบนี้ครับ
Extend (ขยายขอบเขต)
เรื่องนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง Cycling74 ผู้พัฒนาโปรแกรม Max
ใครที่ใช้ Max จะสามารถเขียน Live Device ลงไปได้โดยตรงเลยล่ะครับ
เราต้องการ Step Sequencer อย่างง่ายๆ ไปจนถึง Advance Audio ในแบบของตัว
นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่เราจะทำแล้วล่ะครับ
สำหรับใครที่ไม่ต้องการเขียน Max Patch ด้วยตัวเอง ทาง Ableton ยังติด Max
Patch ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีมาด้วย
ทั้งเพื่อใช้งานจริงและเพื่อเรียนรู้ครับ
Touch (ควบคุมสัมผัส)
อันสุดท้ายจะเข้าใจได้ง่ายที่สุด
มันคือคอนโทรลเลอร์ที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่นกับ Live โดยเฉพาะ ออกแบบพัฒนาโดย
AKAI ชื่อรุ่นคือ APC40 (มาจาก Ableton Performance Controller)
ฟังก์ชันสำหรับคือปุ่มที่สำหรับเล่นกับ Clip/Scene และ Session
ที่ยังไม่มีคอนโทรลเลอร์ตัวไหนทำมาได้เฉพาะเสียทีครับ
ความน่าสนใจอีกอย่างคือการที่ Ableton
สนับสนุนให้ผู้ใช้ทำการดัดแปลงและแชร์ผ่านระบบ Share ที่่กล่าวไว้ในหัวข้อที่แล้วอีกด้วยครับ
ยัง
มีการปรับปรุงเล็กๆน้อยอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึงนะครับ
แนะนำให้รับชมจากวิดีโอในเว็บ ableton.com จะชัดเจนแจ่มแจ้งกว่า
โครงสร้างราคาจะใกล้เคียงกับ Live 7
และจะเริ่มส่งถึงมือผู้ใช้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ครับ
|