Home arrow ---> Reviews arrow รีิวิว MXL Studio One
ad-snow01-28-8-09
รีิวิว MXL Studio One PDF Print
Written by PHz   
Saturday, 04 April 2009

USB Condenser Microphone ประสิทธิ��าพสูง ราคาไม่แพง

ตีพิมพ์ครั้งแรก The Absolute Sound & Stage


หาก พูดถึงไมโครโฟนที่มีอินเตอร์เฟซเป็น USB เน้นการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ มืออาชีพทั่วๆไปอาจไม่ค่อยอยากจะเหลียวมองนัก เพราะโดยส่วนใหญ่ก็ใช้ไมโครโฟนคุณ��าพสูงที่ทำมาใช้ในระดับอาชีพอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในหลายๆโอกาส เช่นการบันทึกเสียงนอกสถานที่ การบันทึกบทสนทนา ทำรายวิทยุบน Internet-Podcast คุยโทรศัพท์ผ่าน VoIP ฯลฯ เราอาจไม่ต้องการคุณ��าพสูงที่สุดเสมอไป ปัจจัยอย่างความสะดวกในการพกพา (เมื่อเป็น USB เราก็ไม่ต้องพกพรีแอมป์หรือออดิโออินเตอร์เฟซอื่นอีก) หรือในเรื่องของความง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้มีประสบการณ์หรือความรู้ในการเซ็ตอัพไมค์แบบ คอนเดนเซอร์ สามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด นั้นน่าจะเป็นปัจจัยที่มาก่อนคุณ��าพสูงสุดนัก ยิ่งเมื่อได้มารวมกับเหตุผลในเรื่องของ ราคา ที่ประมาณ 4 พันกว่าบาทที่เราสามารถซื้อหามาใช้ได้อย่างสบายๆ และชื่อชั้นของทางผู้ผลิตอย่าง Marshall Electronics หรือแบรนด์ MXL ที่คุ้นหู

โชคดีที่ผู้เขียนกำลังทำรายการเกี่ยว Music Technology เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตร่วมกับผองเพื่อนพอดี (ลองแวะชม http://netcast.in.th) จึงสอบถามไปยังตัวแทนจำหน่าย Muzic Craft (www.muziccraft.com) ทางร้านแนะนำไมค์รุ่นนี้พอดี จึงได้ซื้อมาทดลองใช้และนำมาีรีวิวกันในคราวนี้ครับ


 

ความประทับใจแรก

ส่วน ตัวแล้ว ไม่ได้คาดอะไรกับไมค์ชุดนี้นอกจากผลิต��ัณฑ์ที่สามารถใช้ง่าย ใช้ได้ทันที แต่หลังจากครั้งแรกที่แกะกล่องออกมา ถึงกับตะลึงเล็กๆ ที่พบว่ามีการแถมเคสที่��ายบุฟองน้ำมาอย่างดี แม้ว่าตัวกล่องจะทำจากพลาสติก แต่��ายใต้เงื่อนไขของราคา ทำมาในระดับนี้ ถือว่าน่าพอใจมากๆเลยครับ เพราะหลายครั้งที่เราทดลองเล่นเครื่องดนตรีมูลค่าระดับ 5 พันถึง 2 หมื่นบาทเรายังไม่เคยพบแพคเก็จในระดับเดียวกัน ทั้งๆที่มันมีราคาถูกกว่า 5 พันเสียอีก ตรงนี้อาจเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายคือคนทั่วไป ที่มีความคาดหวังในเรื่องนี้สูงกว่า คนทำงานที่ราคาเท่ากัน

นอก จากตัวไมค์เองแล้ว ยังมีขาตั้ง Tripod กับสาย USB แถมมาให้ เป็นสายคุณ��าพดี ความยาวกำลังดี คือประมาณ 2 เมตร ขณะที่หลายๆผลิต��ัณฑ์มักจะแถมมาให้ในขนาด 1-1.5 เมตร พร้อมผ้าชามัวร์สำหรับทำความสะอาด ตรงนี้หากใครเคยซื้อผลิต��ัณฑ์จาก Apple จะพบว่ามันให้ความรู้สึกในระดับเดียวกัน คือมีของแถมเยอะกว่าความคาดหวัง แต่จุดสำคัญคือการไม่มีแผ่น CD สำหรับไดร์เวอร์ เพราะมันไม่ต้องใช้ครับ เราสามารถต่อเข้าคอมพิวเตอร์และมันจะรู้จักกันโดยอัตโนมัติ (เป็น USB Class-Compliant) ในคู่มือบอกว่ามันสนับสนุนให้ใช้ได้กับ Mac และ Windows ทันที ซึ่งผู้เขียนก็ได้ทดลองใช้และประทับใจในจุดนี้มาก เมื่อต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ปุ๊ป ซอฟต์แวร์บันทึกเสียงทุกตัวก็จะเห็นเป็น USB Audio Device ขนาด 1 ช่องสัญญาณ และที่พิเศษคือมันมี Audio Out ให้ด้วย เราจะสามารถต่อหูฟังสำหรับมอนิเตอร์ได้จากด้านหน้าของไมโครโฟนเลยครับ     

การใช้งาน

ขา ตั้งแบบ Tripod นั้น ถอดประกอบได้อย่างแสนง่าย แม้จะน่าเสียดายนิดที่มันไม่สามารถปรับความสูงในตัวได้เอง ซึ่งพอวางบนโต๊ะแล้วทิศทางของการรับเสียงอาจไม่ตรงกันกับปากเสียทีเดียว ต้องมีการปรับให้หงายหน้าขึ้น แล้วตอนบันทึกต้องก้มหน้าลงหน่อย ไม่อย่างนั้นสัญญาณที่ได้อาจไม่เต็มเท่าที่ควร การปรับเกนก็สามารถปรับได้ที่ Control Panel ของระบบได้เลยครับ ตรงนี้คนที่เคยปรับเกนผ่านมิกเซอร์หรือพรีแอมป์ อาจรู้สึกขัดใจไปบ้าง แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการควบคุมผ่านปุ่มควบคุมจริงๆ (Physical Control) จะไม่รู้สึกติดขัดอะไร และจริงๆมันก็เข้าใจง่ายมากๆครับ

 

 


ปรับเกนผ่าน Control Panel ได้เลย

เรื่องของเสียง

เนื่องจาก Studio One เป็นไมค์ที่มีไดอะแฟรมขนาดเล็ก (ด้านกว้างเท่าโทรศัพท์มือถือ สูงประมาณ 3/5 ของโทรศัพท์มือถือขนาดมาตรฐาน) ดังนั้นจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เสียงที่ต่ำ ต่ำลึกแบบไมค์ไดอะแฟรมใหญ่ๆทั่วไป โดยส่วนตัวแล้ว เสียงพูดซึ่งมีย่านที่จำกัดนั้น สอบผ่านได้สบายมาก (ทดลองฟังเสียงจากรายการจริงๆได้ที่ http://pspnetcast.in.th) ผู้เขียนทดลองบันทึกเสียงเครื่องดนตรีจริงอย่าง กีตาร์, ฟลุ๊ต ก็พบว่าเนื้อเสียงนั้นใกล้เคียงกับที่ได้ยินจากตำแหน่งหูของตัวเอง โดยเมื่อคิดถึงราคาของมันแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าเนื้อเสียงเกินค่าตัว เหมาะสำหรับจะใช้เป็นไมค์ตัวแรกของนักดนตรีที่งบจำกัดและต้องการความเรียบ ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องหาอะไรที่ถูกและง่ายไปกว่านี้อีกแล้วล่ะครับ

เก็บกล่อง

แม้ จะเป็นไมค์ราคาไม่แพง แต่ก็ต้องใช้การดูแลเทียบเท่ากับคอนเดนเซอร์ไมค์อื่นๆครับ ไม่ได้ทนทานเหมือนไดนามิกแต่อย่างใด ด้วยคุณ��าพต่อราคาที่สูง และความสะดวกในการพกพา ผู้เขียนจึงขอซื้อต่อจากผู้จัดจำหน่ายทันที สำหรับนักดนตรีที่ซีเรียสคุณ��าพเสียงระดับ 16 บิต (แม้จะเป็นแบบ Delta Sigma) อาจไม่เพียงพอ แต่สำหรับนักดนตรีสมัครเล่น ที่งบจำกัด หรือบรรดาผู้จัดรายการกระจายเสียง (Podcaster) ที่เกิดใหม่จำนวนมาก และยังไม่มีความรู้ในการใช้งานอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือขาดอุปกรณ์ที่พอเหมาะ ที่จะทำรายการ (ผู้เขียนพบว่าผู้จัดรายการในบ้านเรานั้น หลายรายบันทึกเสียงโดยใช้ไมค์ที่ติดมากับคอมพิวเตอร์แลปท๊อป ที่มีน้อยส์จากอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อมเยอะมาก)

Studio One จะเป็น One-Stop Solution เพื่อการนี้เลยครับ
หมายเหตุ ราคาตั้ง 4500 บาท หาซื้อได้จากร้าน Muzic Craft (http://www.muziccraft.com)

Specifications:


  • Frequency Response: 40Hz to 20kHz
  • Sampling Rate: 44.1kHz and 48kHz
  • Bus Powered
  • ใช้ได้ทั้ง USB 1.1 และ 2.0
  • 16-bit Delta Sigma A/D Converter with THD+N - 0.01%
  • ไม่ต้องติดตั้งไดร์เวอร์ สนับสนุนการใช้งานบน Windows XP/Vista และ Mac OSX


Hits: 616
Comments (0)add comment

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

security image
Write the displayed characters


busy
Last Updated ( Saturday, 04 April 2009 )
 
< Prev   Next >