|
Written by PHz
|
|
Saturday, 04 April 2009 |
USB Condenser Microphone ประสิทธิ��าพสูง ราคาไม่แพง
ตีพิมพ์ครั้งแรก The Absolute Sound & Stage
 หาก
พูดถึงไมโครโฟนที่มีอินเตอร์เฟซเป็น USB เน้นการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์
มืออาชีพทั่วๆไปอาจไม่ค่อยอยากจะเหลียวมองนัก
เพราะโดยส่วนใหญ่ก็ใช้ไมโครโฟนคุณ��าพสูงที่ทำมาใช้ในระดับอาชีพอยู่แล้ว
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในหลายๆโอกาส เช่นการบันทึกเสียงนอกสถานที่
การบันทึกบทสนทนา ทำรายวิทยุบน Internet-Podcast คุยโทรศัพท์ผ่าน VoIP ฯลฯ
เราอาจไม่ต้องการคุณ��าพสูงที่สุดเสมอไป ปัจจัยอย่างความสะดวกในการพกพา
(เมื่อเป็น USB เราก็ไม่ต้องพกพรีแอมป์หรือออดิโออินเตอร์เฟซอื่นอีก)
หรือในเรื่องของความง่าย
เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้มีประสบการณ์หรือความรู้ในการเซ็ตอัพไมค์แบบ
คอนเดนเซอร์ สามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด
นั้นน่าจะเป็นปัจจัยที่มาก่อนคุณ��าพสูงสุดนัก
ยิ่งเมื่อได้มารวมกับเหตุผลในเรื่องของ ราคา ที่ประมาณ 4
พันกว่าบาทที่เราสามารถซื้อหามาใช้ได้อย่างสบายๆ
และชื่อชั้นของทางผู้ผลิตอย่าง Marshall Electronics หรือแบรนด์ MXL
ที่คุ้นหู
โชคดีที่ผู้เขียนกำลังทำรายการเกี่ยว Music Technology
เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตร่วมกับผองเพื่อนพอดี (ลองแวะชม
http://netcast.in.th) จึงสอบถามไปยังตัวแทนจำหน่าย Muzic Craft (www.muziccraft.com) ทางร้านแนะนำไมค์รุ่นนี้พอดี จึงได้ซื้อมาทดลองใช้และนำมาีรีวิวกันในคราวนี้ครับ
ความประทับใจแรกส่วน
ตัวแล้ว ไม่ได้คาดอะไรกับไมค์ชุดนี้นอกจากผลิต��ัณฑ์ที่สามารถใช้ง่าย
ใช้ได้ทันที แต่หลังจากครั้งแรกที่แกะกล่องออกมา ถึงกับตะลึงเล็กๆ
ที่พบว่ามีการแถมเคสที่��ายบุฟองน้ำมาอย่างดี แม้ว่าตัวกล่องจะทำจากพลาสติก
แต่��ายใต้เงื่อนไขของราคา ทำมาในระดับนี้ ถือว่าน่าพอใจมากๆเลยครับ
เพราะหลายครั้งที่เราทดลองเล่นเครื่องดนตรีมูลค่าระดับ 5 พันถึง 2
หมื่นบาทเรายังไม่เคยพบแพคเก็จในระดับเดียวกัน ทั้งๆที่มันมีราคาถูกกว่า 5
พันเสียอีก ตรงนี้อาจเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายคือคนทั่วไป
ที่มีความคาดหวังในเรื่องนี้สูงกว่า คนทำงานที่ราคาเท่ากัน
นอก
จากตัวไมค์เองแล้ว ยังมีขาตั้ง Tripod กับสาย USB แถมมาให้
เป็นสายคุณ��าพดี ความยาวกำลังดี คือประมาณ 2 เมตร
ขณะที่หลายๆผลิต��ัณฑ์มักจะแถมมาให้ในขนาด 1-1.5 เมตร
พร้อมผ้าชามัวร์สำหรับทำความสะอาด ตรงนี้หากใครเคยซื้อผลิต��ัณฑ์จาก Apple
จะพบว่ามันให้ความรู้สึกในระดับเดียวกัน คือมีของแถมเยอะกว่าความคาดหวัง
แต่จุดสำคัญคือการไม่มีแผ่น CD สำหรับไดร์เวอร์ เพราะมันไม่ต้องใช้ครับ
เราสามารถต่อเข้าคอมพิวเตอร์และมันจะรู้จักกันโดยอัตโนมัติ (เป็น USB
Class-Compliant) ในคู่มือบอกว่ามันสนับสนุนให้ใช้ได้กับ Mac และ Windows
ทันที ซึ่งผู้เขียนก็ได้ทดลองใช้และประทับใจในจุดนี้มาก
เมื่อต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ปุ๊ป ซอฟต์แวร์บันทึกเสียงทุกตัวก็จะเห็นเป็น
USB Audio Device ขนาด 1 ช่องสัญญาณ และที่พิเศษคือมันมี Audio Out
ให้ด้วย
เราจะสามารถต่อหูฟังสำหรับมอนิเตอร์ได้จากด้านหน้าของไมโครโฟนเลยครับ
การใช้งาน
ขา
ตั้งแบบ Tripod นั้น ถอดประกอบได้อย่างแสนง่าย
แม้จะน่าเสียดายนิดที่มันไม่สามารถปรับความสูงในตัวได้เอง
ซึ่งพอวางบนโต๊ะแล้วทิศทางของการรับเสียงอาจไม่ตรงกันกับปากเสียทีเดียว
ต้องมีการปรับให้หงายหน้าขึ้น แล้วตอนบันทึกต้องก้มหน้าลงหน่อย
ไม่อย่างนั้นสัญญาณที่ได้อาจไม่เต็มเท่าที่ควร
การปรับเกนก็สามารถปรับได้ที่ Control Panel ของระบบได้เลยครับ
ตรงนี้คนที่เคยปรับเกนผ่านมิกเซอร์หรือพรีแอมป์ อาจรู้สึกขัดใจไปบ้าง
แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการควบคุมผ่านปุ่มควบคุมจริงๆ
(Physical Control) จะไม่รู้สึกติดขัดอะไร และจริงๆมันก็เข้าใจง่ายมากๆครับ
ปรับเกนผ่าน Control Panel ได้เลย
เรื่องของเสียงเนื่องจาก
Studio One เป็นไมค์ที่มีไดอะแฟรมขนาดเล็ก (ด้านกว้างเท่าโทรศัพท์มือถือ
สูงประมาณ 3/5 ของโทรศัพท์มือถือขนาดมาตรฐาน)
ดังนั้นจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เสียงที่ต่ำ
ต่ำลึกแบบไมค์ไดอะแฟรมใหญ่ๆทั่วไป โดยส่วนตัวแล้ว
เสียงพูดซึ่งมีย่านที่จำกัดนั้น สอบผ่านได้สบายมาก
(ทดลองฟังเสียงจากรายการจริงๆได้ที่ http://pspnetcast.in.th)
ผู้เขียนทดลองบันทึกเสียงเครื่องดนตรีจริงอย่าง กีตาร์, ฟลุ๊ต
ก็พบว่าเนื้อเสียงนั้นใกล้เคียงกับที่ได้ยินจากตำแหน่งหูของตัวเอง
โดยเมื่อคิดถึงราคาของมันแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าเนื้อเสียงเกินค่าตัว
เหมาะสำหรับจะใช้เป็นไมค์ตัวแรกของนักดนตรีที่งบจำกัดและต้องการความเรียบ
ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องหาอะไรที่ถูกและง่ายไปกว่านี้อีกแล้วล่ะครับ
เก็บกล่องแม้
จะเป็นไมค์ราคาไม่แพง
แต่ก็ต้องใช้การดูแลเทียบเท่ากับคอนเดนเซอร์ไมค์อื่นๆครับ
ไม่ได้ทนทานเหมือนไดนามิกแต่อย่างใด ด้วยคุณ��าพต่อราคาที่สูง
และความสะดวกในการพกพา ผู้เขียนจึงขอซื้อต่อจากผู้จัดจำหน่ายทันที
สำหรับนักดนตรีที่ซีเรียสคุณ��าพเสียงระดับ 16 บิต (แม้จะเป็นแบบ Delta
Sigma) อาจไม่เพียงพอ แต่สำหรับนักดนตรีสมัครเล่น ที่งบจำกัด
หรือบรรดาผู้จัดรายการกระจายเสียง (Podcaster) ที่เกิดใหม่จำนวนมาก
และยังไม่มีความรู้ในการใช้งานอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือขาดอุปกรณ์ที่พอเหมาะ
ที่จะทำรายการ (ผู้เขียนพบว่าผู้จัดรายการในบ้านเรานั้น
หลายรายบันทึกเสียงโดยใช้ไมค์ที่ติดมากับคอมพิวเตอร์แลปท๊อป
ที่มีน้อยส์จากอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อมเยอะมาก)
Studio One จะเป็น One-Stop Solution เพื่อการนี้เลยครับ หมายเหตุ ราคาตั้ง 4500 บาท หาซื้อได้จากร้าน Muzic Craft (http://www.muziccraft.com)
Specifications:
- Frequency Response: 40Hz to 20kHz
- Sampling Rate: 44.1kHz and 48kHz
- Bus Powered
- ใช้ได้ทั้ง USB 1.1 และ 2.0
- 16-bit Delta Sigma A/D Converter with THD+N - 0.01%
- ไม่ต้องติดตั้งไดร์เวอร์ สนับสนุนการใช้งานบน Windows XP/Vista และ Mac OSX
|
|
Last Updated ( Saturday, 04 April 2009 )
|