---> ความรู้พื้นฐาน
สู่ยุคของ CloudMusic | สู่ยุคของ CloudMusic |
|
|
| Written by PHz | |||||
| Wednesday, 20 May 2009 | |||||
|
ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ Commusic สู่ยุคของ CloudMusicฉบับนี้ขออนุญาติผู้อ่านพักเรื่องของ Reaktor-Sound Synthesis-Virtual Instruments ไว้ตอนนึงนะครับ สืบเนื่องมาจากบทความของผู้เขียนจากเล่มที่แล้วคือเรื่องของ "Web 2.0 เพื่อคนดนตรี" มา จนถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดจากงาน Winter NAMM 09 ที่พึ่งผ่านพ้นมา ผู้เขียนมองเห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้นจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ดนตรี นั่นคือการที่ Ableton โดดเข้ามาสู่ Cloud Computing แบบชัดเจน ก่อนหน้าผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นๆ และสิ่งนี้ควรเป็น Features อีกอย่างหนึ่ง ที่ซอฟต์แวร์ประเท DAW (Digital Audio Workstation) ที่พวกเราใช้สร้างสรรค์งานเพลงทั้งหลายนั้นควรจะต้องมี
ทำไมต้อง Cloud Computing?มัน เป็นเทรนด์ของวงการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มาอย่างชัดเจนหลายปีแล้ว โดยที่เราเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ตราบใดที่เรายังคงใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต) เพราะ Cloud (หรือกลุ่มเมฆ) นั้นหมายถึงอินเตอร์เน็ต แล้ว Cloud Computing ก็หมายถึงการที่มนุษย์เราพัฒนาระบบขึ้นมาบนอินเตอร์เน็ตเพื่อบริการผู้ใช้ใน แง่มุมต่างๆให้เกิดประโยชน์ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือสร้างความบันเทิง เปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ ที่เราใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวในการฟังเพลง ทำงานเพลง หรือดึงข้อมูลเว็บเพจ อีเมล์ มาจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆบนอินเตอร์เน็ต ในวันนี้จำนวนข้อมูลมีจำนวนมหาศาลขึ้น ผู้ใช้มีเยอะมากขึ้น คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวนั้นไม่พอต่อการใช้งานของคนจำนวนมาก บริการบางอย่างเช่นอีเมล์ จะถูกเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง หรือหลายเครื่องที่อยู่ในกลุ่มเมฆ (Cloud) ของผู้ให้บริการ เพื่อรอให้เราเรียกมาใช้เมื่อไรก็ได้ที่เราต้องการ โดยมี Uptime* ที่สูงมาก และรับประกันว่าข้อมูลที่อยู่ในนั้นจะไม่มีวันหายไป *Uptime คือการวัดเวลาที่คอมพิวเตอร์หรือกลุ่มของคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ยิ่งมาก และยิ่งดี เพราะหมายถึงผู้ใช้จะมีช่วงเวลาให้เข้าใช้ได้มาก Collaboration On Cloudเมื่อ ข้อมูลต่างๆสามารถเข้าถึงจากหลายๆพื้นที่ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต เข้าถึงจากหลายอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ) เข้าถึงพร้อมกันด้วยคนหลายคนได้ มันก็ส่งเสริมให้เราทำงานร่วมกันบน Cloud โดยไม่จำเป็นต้องใช้การส่งข้อมูลให้กันตัวต่อตัวแบบต่อก่อน แต่เราสามารถรับส่งข้อมูลจาก Cloud ได้โดยตรง ก่อนหน้านี้ งานที่ใช้ปริมาณข้อมูลไม่เยอะอย่างงานเอกสาร เริ่มมีบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งย้าย Platform ของตัวเองมาบน Cloud ข้อดีอีกอย่างคือลดต้นทุนของซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย เพราะซอฟต์แวร์นั้นจะอยู่บน Cloud เรียกใช้ผ่าน Browser Cloud Computing กับดนตรีจาก บทความตอนที่แล้วที่่ว่าด้วย Web 2.0 นั้น เกือบทั้งหมด จำเป็นต้องวางซอฟต์แวร์ของตัวเองลงบน Cloud เพราะคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวนั้นไม่สามารถรองรับการใช้งานขนาดหนักแบบ นั้นได้ ต้นทุนของระบบ Cloud จะว่าไปแล้วก็ไม่น้อยเท่าไร นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมบริการอย่าง SoundCloud หรือ iMeem นั้น จะต้องเสียตังค์ หากต้องการใช้งานจริงจัง (ในฐานะผู้อัพโหลดเพลง เพราะผู้ฟังอย่างเดียวยังคงฟรีอยู่) หรือ Indaba Music ที่เปิดให้เราสร้างสรรค์งานเพลงร่วมกับคนอื่นๆได้ ก็ต้องเสียค่าบริการเช่นกัน ทิศทางของ Indaba Music นั้น เป็นทิศทางที่ดีในการพยายามพัฒนาระบบที่ให้นักดนตรีทำงานร่วมกัน (Collaboration) ได้ ก่อนหน้านี้เวลาที่เราโยนโปรเจกต์ให้เพื่อน (ดูาพ 1) เรา
จำเป็นต้องเซฟโปรเจกต์ของเราให้อยู่ในรูปแบบไฟล์เดียว ก้อนเดียว
แล้วส่งไปให้เพื่อนทำต่อ
(เงื่อนไขแรกคือเพื่อนต้องมีซอฟต์แวร์เดียวกันด้วย
หรือไม่อย่างนั้นต้องส่งออกไปเป็นไฟล์ Wave แบบ Multi-Track)
เมื่อเพื่อนทำงานเพิ่มเติมแล้วส่งกลับไปมา ก็ต้องเซฟงานในแบบเดียวกัน
คือเซฟทั้งก้อนแล้วค่อยส่งต่อ หากกระบวนการส่งไปกลับ มีประมาณ 20
ครั้งต่อโปรเจกต์ จะเป็นการเปลืองทรัพยากร (ทั้งในเรื่อง Bandwitdh
และเวลา) แค่ไหน ที่เราต้องส่งไฟล์เดียวกันซ้ำๆไปมา Indaba Music แก้ปัญหานี้ด้วยการฝัง Audio Sequencer ลงไปในเว็บ ความเคลื่อนไหวของ Ableton สู่ Cloudด้วยวิธีนี้ เราไม่จำเป็นต้องมี Audio Sequencer หรือ DAW แบบออนไลน์ และ Live เองก็ยังมีความสามารถมากพอที่เราจะทำงานโปรเจกต์โดยใช้เพียงแค่ Instruments และ Effects ายในตัวมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องหามาติดตั้งเพิ่ม (แม้โดยส่วนใหญ่ พวกเราจะอดใจไม่ไหวก็เถอะ) แค่เพียงเท่านี้ ก็จะเป็นระบบที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานร่วมกันได้อย่างดีที่สุดเท่าที่มีใน ปัจจุบัน แต่ CloudMusic พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับ ผู้เขียนเชื่อว่ามันยังมีการนำ Cloud Computing มาเชื่อมโยงกับ DAW ได้อีกหลายรูปแบบ นอกจากเรื่องของการทำงานร่วมกันแล้ว ต่อไปยังมีเรื่องของ Media Library ที่จะอยู่บน Cloud แล้วสามารถเรียกใช้ได้จากซอฟต์แวร์ตรง พร้อมระบบการค้นหาแบบ Attribution ที่มีประสิทธิาพแบบเดียวกับที่เราค้นหาไฟล์เสียงบนเครื่องของตัวเอง ไปจนถึงการเก็บ 3rd Party Plugin ไว้บน Cloud โดยที่เราสามารถเรียกมาใช้ที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่า หากล้าง HDD เครื่องใหม่ เราต้องใช้เวลาอีกเป็นวันเพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์เหล่านี้ รู้อย่างนี้ แล้ว ก็เตรียมรับมือกับสิ่งดีๆที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ และแน่นอนครับวิธีการในการประชาสัมพันธ์ การทำการตลาด การขายเพลง ก็ย่อมเปลี่ยนไปในแบบที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมด้วย ใครปรับตัว เปลี่ยนก่อนนั้น จะอยู่รอดได้เสมอ ปรารถนาให้ท่านผู้อ่าน สนุกกับสิ่งที่ตัวเองทำครับ
Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 500 Comments (3)
![]()
kijjaz music
said:
|
|||||
![]() |
เยี่ยมไปเลยพี่น้อง ใช่เลยประเด็นนี้น่าสนใจมาก สำหรับการทำงาน และการแบ่งปัน ในโลกปัจจุบัน |
|
report abuse
vote down
vote up
|
| Next > |
|---|
Snow Studio | iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr