Home arrow ---> ความรู้พื้นฐาน arrow สู่ยุคของ CloudMusic
ad-snow01-28-8-09
สู่ยุคของ CloudMusic PDF Print
Written by PHz   
Wednesday, 20 May 2009

ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ Commusic

สู่ยุคของ CloudMusic

ฉบับนี้ขออนุญาติผู้อ่านพักเรื่องของ Reaktor-Sound Synthesis-Virtual Instruments ไว้ตอนนึงนะครับ สืบเนื่องมาจากบทความของผู้เขียนจากเล่มที่แล้วคือเรื่องของ "Web 2.0 เพื่อคนดนตรี" มา จนถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดจากงาน Winter NAMM 09 ที่พึ่งผ่านพ้นมา ผู้เขียนมองเห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้นจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ดนตรี นั่นคือการที่ Ableton โดดเข้ามาสู่ Cloud Computing แบบชัดเจน ก่อนหน้าผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นๆ และสิ่งนี้ควรเป็น Features อีกอย่างหนึ่ง ที่ซอฟต์แวร์ประเท DAW (Digital Audio Workstation) ที่พวกเราใช้สร้างสรรค์งานเพลงทั้งหลายนั้นควรจะต้องมี

 



ทำไมต้อง Cloud Computing?


มัน เป็นเทรนด์ของวงการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มาอย่างชัดเจนหลายปีแล้ว โดยที่เราเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ตราบใดที่เรายังคงใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต) เพราะ Cloud (หรือกลุ่มเมฆ) นั้นหมายถึงอินเตอร์เน็ต แล้ว Cloud Computing ก็หมายถึงการที่มนุษย์เราพัฒนาระบบขึ้นมาบนอินเตอร์เน็ตเพื่อบริการผู้ใช้ใน แง่มุมต่างๆให้เกิดประโยชน์ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือสร้างความบันเทิง เปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ ที่เราใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวในการฟังเพลง ทำงานเพลง หรือดึงข้อมูลเว็บเพจ อีเมล์ มาจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆบนอินเตอร์เน็ต ในวันนี้จำนวนข้อมูลมีจำนวนมหาศาลขึ้น ผู้ใช้มีเยอะมากขึ้น คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวนั้นไม่พอต่อการใช้งานของคนจำนวนมาก บริการบางอย่างเช่นอีเมล์ จะถูกเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง หรือหลายเครื่องที่อยู่ในกลุ่มเมฆ (Cloud) ของผู้ให้บริการ เพื่อรอให้เราเรียกมาใช้เมื่อไรก็ได้ที่เราต้องการ โดยมี Uptime* ที่สูงมาก และรับประกันว่าข้อมูลที่อยู่ในนั้นจะไม่มีวันหายไป

*Uptime คือการวัดเวลาที่คอมพิวเตอร์หรือกลุ่มของคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ยิ่งมาก และยิ่งดี เพราะหมายถึงผู้ใช้จะมีช่วงเวลาให้เข้าใช้ได้มาก

Collaboration On Cloud


เมื่อ ข้อมูลต่างๆสามารถเข้าถึงจากหลายๆพื้นที่ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต เข้าถึงจากหลายอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ) เข้าถึงพร้อมกันด้วยคนหลายคนได้ มันก็ส่งเสริมให้เราทำงานร่วมกันบน Cloud โดยไม่จำเป็นต้องใช้การส่งข้อมูลให้กันตัวต่อตัวแบบต่อก่อน แต่เราสามารถรับส่งข้อมูลจาก Cloud ได้โดยตรง ก่อนหน้านี้ งานที่ใช้ปริมาณข้อมูลไม่เยอะอย่างงานเอกสาร เริ่มมีบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งย้าย Platform ของตัวเองมาบน Cloud ข้อดีอีกอย่างคือลดต้นทุนของซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย เพราะซอฟต์แวร์นั้นจะอยู่บน Cloud เรียกใช้ผ่าน Browser

Cloud Computing กับดนตรี


จาก บทความตอนที่แล้วที่่ว่าด้วย Web 2.0 นั้น เกือบทั้งหมด จำเป็นต้องวางซอฟต์แวร์ของตัวเองลงบน Cloud เพราะคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวนั้นไม่สามารถรองรับการใช้งานขนาดหนักแบบ นั้นได้ ต้นทุนของระบบ Cloud จะว่าไปแล้วก็ไม่น้อยเท่าไร นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมบริการอย่าง SoundCloud หรือ iMeem นั้น จะต้องเสียตังค์ หากต้องการใช้งานจริงจัง (ในฐานะผู้อัพโหลดเพลง เพราะผู้ฟังอย่างเดียวยังคงฟรีอยู่) หรือ Indaba Music ที่เปิดให้เราสร้างสรรค์งานเพลงร่วมกับคนอื่นๆได้ ก็ต้องเสียค่าบริการเช่นกัน ทิศทางของ Indaba Music นั้น เป็นทิศทางที่ดีในการพยายามพัฒนาระบบที่ให้นักดนตรีทำงานร่วมกัน (Collaboration) ได้ ก่อนหน้านี้เวลาที่เราโยนโปรเจกต์ให้เพื่อน (ดูาพ 1)


เรา จำเป็นต้องเซฟโปรเจกต์ของเราให้อยู่ในรูปแบบไฟล์เดียว ก้อนเดียว แล้วส่งไปให้เพื่อนทำต่อ (เงื่อนไขแรกคือเพื่อนต้องมีซอฟต์แวร์เดียวกันด้วย หรือไม่อย่างนั้นต้องส่งออกไปเป็นไฟล์ Wave แบบ Multi-Track) เมื่อเพื่อนทำงานเพิ่มเติมแล้วส่งกลับไปมา ก็ต้องเซฟงานในแบบเดียวกัน คือเซฟทั้งก้อนแล้วค่อยส่งต่อ หากกระบวนการส่งไปกลับ มีประมาณ 20 ครั้งต่อโปรเจกต์ จะเป็นการเปลืองทรัพยากร (ทั้งในเรื่อง Bandwitdh และเวลา) แค่ไหน ที่เราต้องส่งไฟล์เดียวกันซ้ำๆไปมา

Indaba Music แก้ปัญหานี้ด้วยการฝัง Audio Sequencer ลงไปในเว็บ


อย่าง น้อยก็ลดปัญหาความแตกต่างระหว่างซอฟต์แวร์และการเห็นาพรวมของโปรเจกต์ ก่อนเลือกที่จะดาวน์โหลด เฉพาะไฟล์เสียงบางเสียงที่เพิ่มเข้ามาทีหลังแล้วจริงๆ แต่ด้วยข้อจำกัดของตัว Audio Sequencer เองที่มีความสามารถแค่ Mix ด้วย Volume และ Pan ไม่มีเอฟเฟกต์ และการที่ไฟล์เสียงต่างๆไม่ได้เก็บ meta data ที่เราสามารถนำไปใส่ใน DAW ของเราได้อย่างง่ายๆ สมมติเสียงสวีปกีตาร์ถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงเวลาที่ 1.29 วินาทีของเพลง เราต้องจับมาวางในตำแหน่งเดียวกันนี้บน DAW ของเราเอง ลองคิดถึงการทำแบบนี้กับไฟล์จำนวน 20-30 ไฟล์ในโปรเจกต์ดูครับ วิธีแก้ปัญหานี้มีอยู่ทางเดียวคือการบูรณาการ (Intergrate) บริการนี้เข้ากับ DAW ตัวใดตัวหนึ่งหรือมากเท่าที่จะทำได้ ผู้ เขียนเองก็ไม่ได้เห็นการเปิดเผยจากทาง Indaba Music ว่าได้ทำงานกับซอฟต์แวร์ค่ายใดค่ายหนึ่งเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะถ้าปราศจากการทำงานร่วมกันกับทางผู้ผลิต DAW แล้ว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก Ableton กำลังแสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิต DAW สามารถทำระบบนี้ได้เองแล้วครับ


ความเคลื่อนไหวของ Ableton สู่ Cloud


งาน NAMM 09 ที่ผ่านมา นอกจากการที่ Ableton เปิดตัวเวอร์ชันใหม่ของซอฟต์แวร์ Live แล้ว ยังเปิดเผยถึงบริการใหม่ที่จะใช้ Cloud เป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมกัน จุดทีเด็ดนอกจากการที่มันสามารถส่งออกจากโปรแกรมด้วยการคลิกเพียงคลิกเดียว แล้ว (ไม่ต้องคอยเซฟงาน และอัพโหลดด้วยวิธีการหลายขั้นตอน) เพื่อนร่วมงานของเรายังสามารถใช้ Ableton Live ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมี License มาก่อน (จำกัดเวลาใช้งานแค่โปรเจกต์นั้น ในเวลาจำกัด) และแน่นอนครับ ว่าระบบมันฉลาดพอที่จะวิเคราะห์ในสิ่งที่เราเพิ่มลงไปในโปรเจกต์และเลือกที่ จะอัพโหลดเฉพาะส่วนนั้นขึ้นไปบน Cloud เท่านั้น

ด้วยวิธีนี้ เราไม่จำเป็นต้องมี Audio Sequencer หรือ DAW แบบออนไลน์ และ Live เองก็ยังมีความสามารถมากพอที่เราจะทำงานโปรเจกต์โดยใช้เพียงแค่ Instruments และ Effects ายในตัวมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องหามาติดตั้งเพิ่ม (แม้โดยส่วนใหญ่ พวกเราจะอดใจไม่ไหวก็เถอะ)

แค่เพียงเท่านี้ ก็จะเป็นระบบที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานร่วมกันได้อย่างดีที่สุดเท่าที่มีใน ปัจจุบัน แต่ CloudMusic พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับ ผู้เขียนเชื่อว่ามันยังมีการนำ Cloud Computing มาเชื่อมโยงกับ DAW ได้อีกหลายรูปแบบ นอกจากเรื่องของการทำงานร่วมกันแล้ว ต่อไปยังมีเรื่องของ Media Library ที่จะอยู่บน Cloud แล้วสามารถเรียกใช้ได้จากซอฟต์แวร์ตรง พร้อมระบบการค้นหาแบบ Attribution ที่มีประสิทธิาพแบบเดียวกับที่เราค้นหาไฟล์เสียงบนเครื่องของตัวเอง ไปจนถึงการเก็บ 3rd Party Plugin ไว้บน Cloud โดยที่เราสามารถเรียกมาใช้ที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่า หากล้าง HDD เครื่องใหม่ เราต้องใช้เวลาอีกเป็นวันเพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์เหล่านี้

รู้อย่างนี้ แล้ว ก็เตรียมรับมือกับสิ่งดีๆที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ และแน่นอนครับวิธีการในการประชาสัมพันธ์ การทำการตลาด การขายเพลง ก็ย่อมเปลี่ยนไปในแบบที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมด้วย ใครปรับตัว เปลี่ยนก่อนนั้น จะอยู่รอดได้เสมอ

ปรารถนาให้ท่านผู้อ่าน สนุกกับสิ่งที่ตัวเองทำครับ

 

Hits: 500
Comments (3)add comment

kijjaz music said:

เยี่ยมไปเลยพี่น้อง ใช่เลยประเด็นนี้น่าสนใจมาก สำหรับการทำงาน และการแบ่งปัน ในโลกปัจจุบัน
 
report abuse
vote down
vote up
May 20, 2009
Votes: +0

VarnFake said:

สุดยอดเลยครับ หัวข้อนี้ smilies/cheesy.gif
 
report abuse
vote down
vote up
June 14, 2009
Votes: +0

i0_ said:

เยี่ยมจู้ดดดดดดด

i0_
 
report abuse
vote down
vote up
June 17, 2009
Votes: +0

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 
Next >