|
วันนี้เรามาว่ากันเรื่องความบันเทิงที่ติดหูเรากันอยู่นะครับ หนีไม่พ้นเรื่องของเสียงเพลงนั่นเอง หลายๆท่านอาจจะเคยอ่านหรือเคยได้ยินสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมหูขาว” กันมาบ้าง ใช่แล้วครับ เราจะมาคุยกันว่า ทำอย่างเสียงเพลงถึงจะลอยตามลม ติดตามตัวเราทุกที่ ทุกเวลา ตามที่เราต้องการ Sony K750i
ถ้าจะให้ถามว่า ตอนนี้อุปกรณ์ IT อะไรกำลังฮิตติดตลาดอยู่ตอนนี้ เครื่องเล่น MP3 คงเป็นคำตอบอับดับต้น ๆ ในใจของหลาย ๆ คน และเมื่อพูดถึงเครื่องเล่นเพลงแบบ digital แล้ว ถ้าไม่พูดถึง Ipod แล้วล่ะก็ คงจะเชยแน่ๆ เจ้าเครื่องสีขาวเครื่องนี้ หลายๆ คนคงเคยสัมผัสมันมาบ้าง และคงได้คำตอบคล้ายๆกันว่า มันน่าใช้แค่ไหน เจ้า Ipod นี้ ถือกำเนิดมาจากยักษ์ใหญ่ของวงการ IT เจ้าหนึ่ง คือ Apple นั้นเอง และสิ่งที่ถือกำเนิดตามมาอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ระบบซื้อขายเพลง Online ที่คู่กับ Ipod หรือ Itune หรือที่หลายๆคนเรียกกันติดปากว่า Music Store นั้นเอง ถ้าผมจะยกตัวเลขสถิติที่เราอาจคาดไม่ถึง เพื่อยืนยันถึงความสำเร็จของเจ้า Ipod และ Itune ท่านเชื่อหรือไม่ว่าคนอเมริกากว่า 10% เป็นเจ้าของเครื่องเล่น IPod และการชื้อขายเพลงมากกว่า 30% เป็นการชื้อขายแบบ online
Ipod ปัจจุบัน มีเครื่องเล่น MP3 มากมายออกมาท้าทายเจ้า Ipod ไม่ว่าจะเป็นของ Iriver, Sony, Creative หรือ เจ้าอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่เครื่องแสนถูกจากประเทศจีน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีอะไรจะมาท้าทายความยิ่งใหญ่ของ Ipod ได้ ทั้งนี้เนื่องจาก หากเราซื้อ Ipod มาแล้ว สิ่งที่คุณจะได้ตามกันมาอีกหนึ่งอย่างคือ Itune ที่แสนจะใช้ง่ายแสนง่าย สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นการชื้อเพลง online (เป็นบริการที่ยังไม่เปิดบริการในบ้านเรานะครับ) การ Sync เพลงกับ PC จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ Ipod มีมากกว่าคือ ระบบที่สามารถใช้งานได้ทันที โดยต่างจากเจ้าอื่นๆ ที่ไม่มีจะระบบรองรับเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามที่ว่าทำไม จึงไม่มีอะไรมาแทนที่ Ipod ได้ในปัจจุบัน แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ หัวเรือใหญ่ของวงการ IT อีกคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ Bill Gate แห่ง Microsoft ได้ออกมาท้าทาย Apple ว่า Ipod กำลังจะตาย! เนื่องจากตอนนี้ สิ่งที่จะมาเทียบความสามารถของ Ipod ได้เริ่มตั้งเค้าขึ้นมาแล้ว นั้นคือระบบ Mobile Music Store : MMS (คนละอันกับ MMS ที่เป็น Multimedia Messaging Service นะครับ) เจ้าระบบที่ว่านี้ จะช่วยให้เราสามารถชื้อเพลง Online ได้อย่างง่ายดายโดยผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยตรง ซึ่งจะเห็นได้ว่า มันเป็นเครื่องเล่นที่ผสมผสานเข้ากับระบบสื่อสารที่สามารถจะมาแทนที่ Ipod ได้อย่างสบาย ๆ และยังทำได้ดีกว่า Itune ตรงที่สามารถชื้อ เพลงได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องทำการเชื่อมต่อกับ PC หรือ MAC ให้วุ่นวายอีกต่อไป แต่การที่จะไปให้ถึง MMS นั้นนอกเหนือจากเพลงที่จะต้องมีขายแล้ว ยังจะต้องมีองค์ประกอบอีกหลายปัจจัย เพื่อที่จะรวมกันให้เป็นระบบที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Device, Network และ Applications หรือ DNAs นั้นเอง Sony K750i
Device - โทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งสามารถรองรับเจ้าระบบ MMS ที่ว่านี้ ควรจะต้องมีคุณสมบัติอยู่สองสามข้อ อย่างแรกก็คือ ต้องมี Memory ที่มีขนาดใหญ่หรือ สามารถเพิ่มเติมได้ เช่น สามารถใส่ MMC หรือ SD card ได้ ข้อถัดไปก็คือมีระบบเสียงที่เหมาะสม คงจะไม่มีใครอยากชื้อเพลงมาฟังแน่ๆ ถ้าหากว่าเพลงที่ชื้อมานั้นคุณาพเสียงแย่ ๆ ทั้งนี้ต้องรวมเอาระบบที่จัดการเกี่ยวกับ Play list หรือการใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่นการใส่ ratting ของเพลงที่ต้องการลงไปได้ทันที และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตัวมือถือเองต้องรองรับ technology DRM หรือ Digital Right Management (จะกล่าวถึงรายละเอียดต่อไปในส่วนของ Application)
Nokia N91 Network – เนื่องจาก MMS จะแตกต่างจาก Fix line อย่างชัดเจนอยู่อย่างหนึ่ง คือเรื่องของ เครือข่ายที่ใช้ เพราะว่าจะไม่ใช่ ADSL หรือ Broadband Internet ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในบ้านเราอย่างแน่นอน แต่จะใช้เครือข่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทน ดังนั้น Technology ที่ใช้จึงหนีไม่พ้นที่ต้องเป็น GPRS, EDGE, หรือ 3G ของวงการมือถือนั่นเอง ซึ่งในแต่ละ Technology ก็จะมีความเร็วที่แตกต่างกันไป ในไทยขณะนี้ มีให้บริการอยู่เพียง GPRS, EDGE และ CDMA ซึ่งก็อาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของ Speed อยู่บ้าง ดังนั้นหากต้องการ Download เพลง MP3 สักเพลง อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน (ขึ้นอยู่กับความเร็วของแต่ละ เครือข่าย) แต่สิ่งที่จะมาช่วยได้อีกวิธีการหนึ่ง นอกเหนือจากการเพิ่มความเร็วของเครือข่าย คือใช้วิธีการบีบอัด File เสียง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถลดขนาด File เพลงให้มีขนาดเล็กลง โดยอาจลดได้ถึงประมาณ 50% ในขณะที่คุณาพของเสียงไม่ลดลงมากนัก ยังสามารถฟังได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งก็จะหมายถึงเราสามารถลดเวลาที่ใช้ในการ Download เพลงสักเพลงลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง เทคโนโลยีนี้ ในปัจจุบันก็มีอยู่หลายอย่างแต่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ WMA ของ Microsoft และ ACC+ ของ Apple นั้นเอง Applications – ในส่วนของ Application นั้นสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ Technology DRM ที่ได้กล่าวถึง ก่อนหน้านี้นั้นเอง แล้ว DRM คืออะไรกันล่ะ? DRM คือ Technology ที่จะมาช่วยในการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือป้องกันการ copy เพลงนั้นเอง เรื่องของลิขสิทธิ์ในบ้านเราจัดว่ายังไม่ค่อยเข้มงวดมากนัก หากลองสังเกตดูง่ายๆ บางทีเราอาจหาชื้อแผ่นผีตามตลาดทั่วไปได้ง่ายกว่าของจริงที่มีลิขสิทธิ์ก็เป็นได้ หลายคนอาจถามว่าทำไมต้องมี DRM ด้วย ก็ขายเพลง MP3 แบบมีลิขสิทธิ์ไม่ได้เหรอ คำตอบคือถ้าเราใช้ DRM แล้วละก็ แต่ละค่ายเพลงก็คงออกมาขายเพลงของตนเองในรูปแบบ MP3 กันอย่างเป็นจริงเป็นจังอย่างแน่นอน แต่เนื่องจาก MP3 ยังมีจุดอ่อนที่สำคัญอยู่อย่างหนึ่งก็คือ มันสามารถทำสำเนาส่งให้กันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถ้ายังไม่สามารถแก้ไขตรงจุดนี้ไปได้ เราคงยังไม่เห็นค่ายเพลงบ้านเราออกมาขาย เพลงแบบ Online กันอย่างแน่นอนครับ มาถึงตอนนี้หลายท่านคงเห็นาพว่า เจ้าเทคโนโลยี MMS หรือ Mobile Music Download นี้น่าจะเป็น Trend ที่ชัดเจนว่าในอนาคตอันใกล้จะเข้ามาถึงบ้านเราอย่างแน่นอน จากหน้าตาของโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่ายต่างๆที่เริ่มเผยตัวออกมา อย่างไรก็ตามเรื่องเทคโนโลยีเป็นเพียงองค์ประกอบเดียวเท่านั้นของการสร้างบริการดังกล่าว เพราะปัจจัยอื่นที่สำคัญยิ่งกว่า เช่นระบบการซื้อขายเพลง online ที่ต้องพึ่งพาการทำธุรกรรมทางการเงินที่แข็งแกร่ง บ้านเราเองก็อาจจะยังไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นพันธมิตรในธุรกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่, เจ้าของ content ค่ายเพลงต่างๆ , ผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงิน รวมไปถึงผู้พัฒนา Software ต่างๆต้องพยายามรวมตัวกันเพื่อสร้างบริการแบบครบวงจร และที่สำคัญที่สุด “ง่าย” ต่อการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้บริการของเราสามารถหยิบเสียงเพลงที่ลอยลมอยู่มาใส่หูของเค้าได้อย่างง่ายดาย แบบทุกที่ ทุกเวลา ใช่มั้ยครับ
|