Home arrow ---> Synthesizer arrow Cameleon 5000 - Voice Generator

Cameleon 5000 - Voice Generator PDF Print
Written by PHz   
Monday, 08 May 2006

Voice Generator
 

ประกอบไปด้วย Voice Generators 4 ชุด A-B-C-D แต่ละชุดจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนของฮาร์โมนิกส์ (Harmonics) และนอยส์ (Noise) และเปิดโอกาสให้เราเขียนแอมพริจูดของแต่ละฮาร์โมนิกส์/สเปคตรัมที่เวลาต่างๆ พร้อมแอมพริจูดเอนเวลลอปของทั้งฮาร์โมนิกส์และนอยส์ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาทำอะไรแบบนั้น ก็สามารถอิมพอร์ทเสียงอื่นๆเข้ามาวิเคราะห์ เพื่อนำมาResynthesis ก็ได้ครับ

   Voice Generator Tips

#1Breakpoint Mode กับ Overall Mode ก่อนที่เราจะทำการอิดีตอะไรในหน้านี้ ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ก่อนเป็นอันดับแรกเลยครับ

 

 ถ้าปุ่ม Breakpoint ไม่ได้เปิดไว้ แสดงว่าอยู่ในโหมด Overall

 ‘Overall Mode’ จะเปิดมาตั้งแต่เริ่มต้น ทำความเข้าใจได้ง่ายมาก เพราะสิ่งที่แสดงอยู่บน Partial Display คือาพรวมของฮาร์โมนิกส์ของเสียงนั้น

‘Breakpoint Mode’ จะดูซับซ้อนแต่มีประโยชน์กว่า เพราะมันคือการปรับแต่งแอมพริจูดของแต่ละฮาร์โมนิกส์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ทุกครั้งที่เราคลิกเลือกหรือสร้างเบรคพอยท์ Partial Display จะแสดงฮาร์โมนิกส์ที่เวลานั้นออกมา เราก็จะสามารถปั้นไดนามิกของสเปคตรัมได้อย่างใจเลยล่ะครับ (แต่อาจเหนื่อยหน่อยนะ) 

เราอาจสังเกตเห็นด้วยว่า การปรับเปลี่ยนที่ Partial Display อาจส่งผลไปถึง Envelope Display หรือในทางกลับกัน นั่นก็เพราะว่าทั้งสองจอแสดงผลนั้น กำลังแสดงพารามิเตอร์ของเสียงเดียวกันในทิศทางที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง

#2 Amp กับ Detune

 

 ปุ่ม Amp กับ Detune อยู่ทางขวาของ Partials Display

ทางด้านขวามือของ Partial Display เราจะเห็นปุ่ม Amp กับ Detune วางคู่กันอยู่ ใช้ในการเลือกโหมดของสิ่งที่จะแสดงใน Partial Display ครับ โหมด ‘Amp’ คือการแสดงแอมพริจูด (หรือความดัง) ของฮาร์โมนิกส์แต่ละตัว ส่วน ‘Detune’ จะเปิดโอกาสให้เราปรับความถี่ (หรือ Pitch) ของฮาร์โมนิกส์แต่ละตัวได้ การปรับในส่วนนี้คือหนทางที่จะทำให้เราปั้นเสียงได้เหมือนเครื่องดนตรีธรรมชาติมากขึ้นครับ

 

 ต้องบิดปุ่ม Harm ไปทางซ้ายสุดเท่านั้น จึงจะมีผลต่อ Detune

มีปุ่มหมุนที่อยู่ถัดลงมาด้านล่างคือปุ่ม Harmonize’ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ Detune ที่เราปรับแต่งครับ (อีกปุ่มคือ ‘Volume’ ใช้ปรับความดังของฮาร์โมนิกส์ทั้งหมด) หากปุ่ม Harm บิดไปทางขวาสุด ค่า Detune ที่เราตั้งไว้ จะไม่ผลใดๆเลย ขณะที่บิดไปทางซ้ายสุด ค่า Detune จะมีผลเต็มๆเหมือนอย่างที่เราได้ปรับไว้ครับ

#3 Multi-Sampling และ Velocity Layers

 

ส่วนควบคุม Multi-Sampling และ Velocity Layers อาจใช้ยากกว่า Sampler ทั่วๆไป เพราะไม่มีาพให้เห็นชัด แต่หลังจากทำความเข้าใจแล้วก็ไม่มีอะไรยากอีกต่อไปครับ

Cameleon5000 เปิดโอกาสให้เราอิมพอร์ทเสียงเข้ามาได้ถึง 8 แซมเปิ้ลเสียงต่อหนึ่ง Voice Generator ครับ (กำหนดจำนวนแซมเปิ้ลที่ ‘Num’ และเลือกว่าจะอิดิตแซมเปิ้ลไหนด้วย ‘Select’ ส่วน ‘Root’ คือการกำหนดโน้ตเริ่มต้นของแซมเปิ้ลนั้น จุดปลายคือ Root ของแซมเปิ้ลถัดไป) เรายังสามารถทำ Velocity Layers ได้สองชั้น ‘Soft’ (ค่าเวโลซิตี้ 32) กับ ‘Loud’ (ค่าเวโลซิตี้ 127 ส่วนค่าที่อยู่ระหว่างนี้จะใช้การครอสเฟด) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราสร้างโปรแกรมเสียงที่เล่นได้หลากหลายมากขึ้นไปอีกครับ (รายละเอียดการใช้งานส่วนนี้ ดูได้จากคู่มือ)

 

ยังมีพารามิเตอร์อีกหนึ่งที่อยากให้รู้จัก นั่นคือส่วนของ ‘Softcut’ ครับ ส่วนนี้จะใส่ Lowpass Filter ไว้กรองความถี่สูงๆออก เมื่อเราเล่นโน้ตเบาๆ (ค่าเวโลซิตี้ต่ำ) เพื่อเลียนแบบเครื่องดนตรีธรรมชาติส่วนใหญ่ ที่เวลาเราเล่นเบาๆ เสียงความถี่สูงจะไม่ค่อยมีตาม มันจะมีผลก็ต่อเมื่อเรากดปุ่ม ‘All’ (อยู่ตรงส่วนของ Multi-Sampling) และจะมีประโยชน์มาก ในกรณีที่เสียงนั้นมีเลเยอร์เดียวครับ

#4 Import/Export Bitmap Image

นอกจากการอิมพอร์ทไฟล์เสียงแล้ว Cameleon5000 ตั้งแต่เวอร์ชัน 1.3 ขึ้นไปยังมีอะไรสนุกๆให้เล่นในส่วนนี้อีก นั่นก็คือการ Import/Export ไฟล์รูปาพ (Bitmap หรือ .bmp) เพื่อเข้ามาใช้เป็นเสียงครับ ขนาดที่เหมาะที่สุดคือ 128x64 พิกเซล

 

หลักการของการนำาพมาสังเคราะห์เสียงใน Cameleon 5000 นั้นคล้ายกับกระบวนการย้อนกลับของกราฟ Sonogram เราอาจใช้รูปของเราเอง เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์เสียง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปหล่อๆสวยๆจะได้เสียงที่ดีด้วยนะครับ 

การทำงานในส่วนนี้ของโปรแกรม มีความซับซ้อนนิดนึง อธิบายคร่าวๆได้ดังนี้ รูปที่ส่งเข้าไป จะใช้เป็นกราฟของเสียง แกน x (แนวนอน) คือแกนเวลา ส่วนแกน y (แนวตั้ง) ใช้เป็น ‘ดัชนี’ ของฮาร์โมนิก พิกเซลที่อยู่ล่างสุด จะใช้เป็นฮาร์โมนิกส์ที่ 1 พิกเซลที่อยู่เหนือถัดมาคือฮาร์โมนิกส์ที่สอง ส่วนค่าความสว่างของแต่ละพิกเซลจะใช้แทนความดังของฮาร์โมนิกส์นั้นๆในช่วงเวลาหนึ่ง (ตามแกน x) ดังนั้นาพแต่ละาพ ย่อมให้เสียงที่แตกต่างกันไปอย่างแน่นอนครับ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจในแง่ของการออกแบบเสียง ลองเปิดคู่มือหน้า 73 จะมีทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติให้อ่านอย่างละเอียดครับ

Hits: 6803
Comments (0)add comment

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
Last Updated ( Monday, 08 May 2006 )