---> Mac Audio
[Mac Audio] คู่มือช่วยตัดสินใจของผู้ที่คิ | [Mac Audio] คู่มือช่วยตัดสินใจของผู้ที่คิ |
|
|
| Written by PHz | |||||||||
| Monday, 05 June 2006 | |||||||||
การเปิดตัว MacBook ตามหลัง MacBook Pro ที่ออกมาก่อนหน้าหลายเดือนของ Apple ถือเป็นการยุติไลน์การผลิตโน้ตบุคที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ตระกูล PowerPC G4 อย่างสมบูรณ์ (Apple จะแบ่งตลาดโน้ตบุคออกเป็น 2 รุ่นใหญ่ ๆ แต่เดิมคือ PowerBook กับ iBook ซึ่งตอนนี้กลายเป็นตำนานไปเรียบร้อยโรงเรียน Steven Jobs) หรือถ้าเป็นฝั่งเดสค์ทอปก็มี Mac mini, iMac ที่เปลี่ยนไปใช้ซีพียู Intel Core Duo แล้วเช่นกัน ยังเหลือแต่ Workstation รุ่นปลายธงอย่าง Power Mac G5 และ Xserve G5 (สำหรับใช้เป็น Server) เพียงเท่านั้นที่ยังไม่เปลี่ยน
ผู้เขียนสังเกตเห็นการลังเลใจในการคิดที่จะ “เปลี่ยน” ของคนดนตรีมาหลายครั้ง หลายคน หลายหนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แล้วจะติดในเรื่องของ OS ที่ไม่ค่อยคุ้น (ถ้าได้ใช้จริง ๆ จะรู้ว่ามันใช้ง่ายมาก) ไปจนถึงเรื่องของแอพพริเคชั่นที่จะนำมาใช้ เพราะเก็บสะสมซอฟต์แวร์ของ Windows ไว้เยอะแล้ว (ซอฟต์แวร์ดนตรีส่วนหนึ่งจะมี Installer ของทั้ง 2 OS ในแผ่นซีดี/ดีวีดีเดียวกัน) หรือยังจำเป็นต้องใช้ Windows ในการทำงานบางอย่างอยู่ จนเมื่อ “Boot Camp” แอพพริเคชั่นที่ช่วยให้เราติดตั้ง Windows XP บนเครื่อง Mac-Intel อย่างง่าย ๆ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกว่า 2 เดือนก่อน ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ Windows ตัดสินใจ “เปลี่ยน” แพลทฟอร์มการทำงานไปบน Mac ได้ง่ายขึ้นอีกมาก เพราะอย่างน้อย ๆ หากไม่ชอบ OS X ก็ยังใช้รัน Windows ได้
และในความเป็นจริงแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ใช้ Windows ที่เปลี่ยนมาสัมผัส Mac OS X ส่วนใหญ่แล้ว จะชอบหลังจากเริ่มใช้ไปได้ไม่นาน เพราะ Mac นั้นไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ของฮาร์ดแวร์ แต่ความดีของ OS X ยังมีมากกว่าเปลือกนอกที่ห่อมันหลายเท่านัก เราคงไม่ต้องพูดถึงความง่ายในงานใช้ (User Friendly) และความสวยงามของ GUI (ตัวอย่างคือมี Drop Shadow ที่หน้าต่าง และกราฟฟิกและตัวอักษรก็มีฟังก์ชัน Anti-Aliasing ฯลฯ) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mac OS มาช้านาน แม้ทุกวันนี้ Windows ก็ใช้งานง่ายไม่แพ้กัน แต่ผู้เขียนขอให้คะแนน OS X นำไปนิด ๆ ด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำมาอย่างใส่ใจ อย่างเช่นการติดตั้งซอฟต์แวร์ โดยส่วนใหญ่จะสามารถทำได้โดยการลากวางเท่านั้น มีส่วนน้อยสำหรับโปรแกรมใหญ่ ๆ ที่ใช้ Wizard ติดตั้งอยู่ การถอดโปรแกรมออก ก็ทำโดยการลากไปใส่ถังขยะเพียงแค่นั้น (โดยส่วนใหญ่) ไม่ได้ต้องการขั้นตอนยุ่งยากแบบ Windows ฟังก์ชันอื่น ๆ ที่จะมีใน windows เวอร์ชันถัดไป (Vista) แต่ mac มีในวันนี้แล้ว ก็อย่างเช่น “Spotlight” เราสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือในการค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างายในเครื่องเราได้แบบทันที!! ผู้ใช้ Windows ถ้าอยากทำแบบนี้บ้าง ก็สามารถทำได้โดยการใช้ Google Desktop ซึ่งจะต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งทีหลัง ไม่ได้มากับ OS หรือของเล่นเล็ก ๆ อย่าง “Dashboard Widgets” ที่กำลังนิยมในขณะนี้ มันคือศูนย์รวมโปรแกรมเล็ก ๆ ให้อยู่ในหน้าเดียวกัน เพื่อให้เราเรียกใช้งานโปรแกรมเหล่านั้นได้ทันที โปรแกรมเล็ก ๆ ก็อย่างเช่น เครื่องคิดเลข, สมุดจดที่อยู่, โปรแกรมรายงานสาพอากาศ ฯลฯ ผู้ใช้ Windows ก็สามารถใช้งานซอฟต์แวร์แบบนี้ได้ด้วย Konfabulator ซึ่งปัจจุบันเป็นของ Yahoo ครับ เราต้องนำมาติดตั้งเพิ่มทีหลังเช่นกัน ในเรื่องของซอฟต์แวร์ Mac จะมีซอฟต์แวร์ที่แถมมากับเครื่องนอกจาก OS X และแอพพริเคชั่นของมันแล้ว ที่เป็นไฮไลต์อีกอย่างก็คือชุดซอฟต์แวร์ “iLife” ซึ่งทั้ง Mac OS X และ iLife นั้น เราจะเป็นเจ้าของอย่างถูกต้อง ขณะที่โน้ตบุคทั่วไปส่วนใหญ่จะตัดราคาลงไปด้วยการไม่แถม Windows มาให้ แต่ถ้าลูกค้าอยากได้นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ทางร้านจัดให้ได้!! แม้ว่าคนบ้านเราจะชาชินกับการใช้ซอฟต์แวร์ประเทนี้มากแค่ไหนก็ตาม แต่การที่เราเป็นเจ้าของอะไรซักอย่าง ๆ ถูกต้อง มันก็เป็นเรื่องที่ดีต่อจิตสำนึกจริงไหมล่ะครับ? (แม้จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมดนะ อิอิ) มาเข้าเรื่องกันต่อ iLife (ปัจจุบันคือเวอร์ชัน ‘06) คือชุดของซอฟต์แวร์ประกอบไปด้วย “iTunes” ซอฟต์แวร์ฟังเพลงยอดนิยมที่รองรับฟอร์แมทที่กำลังมาแรงมากอย่าง “Podcast” ดาวน์โหลดมาใช้ฟรี ๆ บน Windows ได้เช่นกัน“iPhoto” ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการและตกแต่งาพที่ดี ใช้งานได้ทันที ขณะที่ Windows Users ต้องจ่ายเงินซื้อ Microsoft Digital Image Suit ในราคาที่แพงกว่า iLife ทั้งชุด (MDIS ราคา $99.95 ขณะที่ iLife $79 ซึ่งแถมมากับเครื่องอยู่แล้ว ไม่ต้องควักเงินเพิ่ม) “iMovie” โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ ซึ่งถือว่าใช้งานได้ดีกว่า Windows Movie Maker มาก เวอร์ชันล่าสุดยังสนับสนุน High Definition อีกด้วยครับ “iDVD” ซอฟต์แวร์ดูดีวีดีทั่วไป เราสามารถใช้งานร่วมกับ iMovie เพื่อสร้างเมนูและแบ่งเป็น Chapter ต่าง ๆ แล้วนำมาเผาเป็นแผ่น DVD ได้ “GarageBand” ตัวนี้ถือเป็นวีฟครีมราดไอสกรีม สำหรับพวกเราเลยครับ มันคือโปรแกรมสำหรับบันทึกเสียงสร้างงานดนตรี มีรูปแบบการใช้ที่น่าใช้มาก แม้จะมีข้อจำกัดที่ทาง Apple ขีดเอาไว้ (เพราะมีเป้าหมายไปยังผู้ใช้ทั่วไป ที่เป็นนักดนตรีสมัครเล่นลงไปถึงคนทั่วไปที่อยากลองแต่งเพลง ส่วนคนที่ทำงานซีเรียสกว่า ก็ใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Logic Express หรือยอดเสาธงอย่าง Logic Pro) แต่มันก็มีดีพอเมื่อเทียบกับความฟรีของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลองไปเปรียบกับ Windows XP จะไม่แถมโปรแกรมลักษณะนี้มาให้เลย ตัวสุดท้ายของชุด iLife’06 ก็คือ “iWeb” ครับ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมานี้เอง มันเป็นโปรแกรมสำหรับสร้างเวปและ Blog แบบ WYSIWYG (What You See Is What You Get) หรือสร้างเวปอย่างที่เราอยากจะเห็น โดยที่ไม่ต้องรู้การเขียนโปรแกรมเลย ซอฟต์แวร์ทั้งชุดนี้ ทาง Apple เค้าออกแบบมาให้ใช้งานอย่างบูรณาการกันครับ อย่างเช่นเราทำงานเพลงบน GarageBand เพื่อนำไปใช้เป็นเพลงประกอบบน iMovie หรือ iPhoto แล้วนำไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เนตด้วย iWeb ซอฟต์แวร์เหล่านี้ แม้จะมีความสามารถไม่ถึงใจมืออาชีพในด้านต่าง ๆ แต่จากทดลองเล่นผู้เขียนยอมรับว่า มันเป็นโปรแกรมแถมมากับเครื่องที่มีดีมากพอ ใช้งานสนุก ซอฟต์แวร์ดนตรีอย่าง GarageBand นั้น เหมาะสำหรับนักดนตรีที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของ Virtual Studio เป็นอย่างมากครับ ราคาของซอฟต์แวร์ทั้งหมดคือ OS X + iLife’06 ถ้าเรานำมาซื้อต่างหาก ก็ยังถูกกว่าราคาของ Windows XP Pro ถึง 1 ใน 3 ของราคา Windows อีกครับ (แต่นี่คงไม่ใช่เหตุผลสำคัญเท่าไรในบ้านเรา) ขอพูดถึงรายละเอียดทางด้านฮาร์ดแวร์ที่ผู้เขียนประทับใจ นอกจากความสวยงามแล้ว บนโน้ตบุคจะมีระบบไฟแจ้งสถานะแบต ตัว Touchpad ยังสามารถใช้ทำหน้าที่ Scroll ได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวขวางโดยใช้นิ้วทั้งสองสัมผัสพร้อมกัน (ถ้าสัมผัสเพียงนิ้วเดียวจะใช้งานเหมือนเมาส์) หรืออย่าง Power Mac G5 นั้น มีตัวถังที่ออกแบบมาได้อย่างพิถีพิถันมาก ๆ โดยคำนึงถึงความสวยงามและประสิทธิาพของการใช้งานอีกด้วย เดินตามห้างไอทีบ้านเรา คงจะเคยเห็นตัวถัง (Case) ที่ทำมาเลียนแบบ G5 มากมาย แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่เห็นตัวไหนที่ทำได้ดีเท่า Mac เลยครับ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความดีทั้งหมดของ Mac แม้จะเป็นเหตุผลเล็ก ๆ แต่เมื่อมารวมกันแล้ว ใครที่ได้ใช้ก็จะเข้าใจว่าทำไม Mac User ถึงได้หลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ได้ครับ ยังมีเหตุผลใหญ่อีกข้อหนึ่งที่สำคัญในการใช้งานระดับอาชีพมาก ก็คือความปลอดัยและความเสถียราพ ช่วงที่ผู้เขียนเริ่มต้นใช้ Windows ใหม่ ๆ ผู้เขียนเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดจะต้องมาติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันและกำจัดไวรัสด้วยเล่า...? มันทั้งเสียเวลา เสียประสิทธิาพ และถ้าหากมีไวรัสหลุดมาได้ ก็ไม่รู้ว่าเราจะเสียหายจากมันแค่ไหนบ้าง (ใช้งาน Windows มาประมาณ 6 ปี เสียหายจากไวรัสรวมแล้วประมาณ 5-6 ครั้งได้ หลายต่อหลายครั้งต้องทิ้ง OS แล้วเริ่มต้นกันใหม่) แต่ก็ต้องทำใจ เพราะคิดว่าเหมือนกับการที่เราต้องล๊อคประตูบ้าน เราต้องระวังตัวเราเอง แต่เมื่อลองกลับมุมคิดดูใหม่ มันจะดีแค่ไหน…? หากเราอยู่ในโลกที่ไม่ต้องล็อคประตูบ้าน ไม่ต้องกลัวการฉกชิงวิ่งราวและล้วงกระเป๋า แต่หลังจากได้มาทำงานบนแพลทฟอร์ม OS X แล้ว นอกจากเราไม่ต้องระวังัยมากมายแล้ว มันยังทำงานได้นิ่งมากอีกด้วย ก็มีบ้าง บางครั้งที่มันแสดงอาการดื้อ อย่างเช่นไม่สามารถทำการ Copy-Paste ได้ แต่พอรีสตาร์ทกันใหม่ ก็กลับมาทำงานดีแบบปกติ อาการดื้อที่พบเจอบน Mac ถือว่าน้อยกว่าที่ผู้เขียนเจอบน Windows มาก ๆ ทุกวันนี้ผู้เขียนยังเจออาการไม่ตอบสนองจากโปรแกรม Web browser ยอดนิยมอย่าง Firefox บน Windows แต่กับ Mac ไม่เคยเจออาการที่ว่านี้ เพราะเหตุผลในความนิ่งและความปลอดัยนั้น มาจากการที่มันมีรากฐานเดียวกับ UNIX (มีพื้นมาจาก Mach Kernel ของ Carnegie Mellon University และ BSD- Berkeley Software Distribution) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรและความปลอดัยสูงนั้นเองครับ หากใครไม่ชอบความจุกจิกกวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแบบที่กล่าวมา Mac OS X น่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัวมากในการทำงานดนตรี เพราะ OS ที่สนับสนุนการทำงานดนตรีอย่างเต็มรูปแบบก็มี OS X, Windows และ Linux ซึ่งรายหลังนั้น แม้มีอนาคตสดใส แต่แอพพริเคชั่นก็ยังไม่เยอะและดีเท่าตัวที่เหลือ อย่างที่รู้ ๆ กันว่าคนทำงานในแวดวงดนตรีนั้นต่างก็ใช้ Mac ศูนย์กลางมานานแล้วล่ะครับ ความตั้งใจของบทความนี้ คือเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ Audio Workstation บน OS X สำหรับผู้ที่จะเปลี่ยนจาก Windows นั่นเอง เพราะแม้ว่าซอฟต์แวร์ระดับอาชีพมากมายอย่าง Cubase-Nuendo, Reason, Ableton Live หรือ Plug-in ต่าง ๆ จากค่ายใหญ่เช่น Native Instruments, Waves หรือเกือบทั้งหมด จะสนับสนุนทั้งสองแพลทฟอร์ม แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ที่มีแต่เฉพาะ OS X อย่างตระกูล GarageBand-Logic ของทาง Apple เอง หรือ “Digital Performer” ของ MOTU (อยู่ในระหว่างการ Cross Platform มา Windows) หรือซอฟต์แวร์เล็ก ๆ แต่มีประโยชน์อย่าง “Soundflower” จาก Cycling’ 74 สำหรับเชื่อมต่อเสียงระหว่างแอพพริเคชั่น หรือดรัมแมชชีนน่ารัก ๆ อย่าง “iDrum” ที่ iZotope พึ่งซื้อไปทำตลาดเอง หรืออื่น ๆ อีกไม่น้อย ที่มีเฉพาะ OS X เท่านั้น เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่คิดจะทำงานบน Mac OS X ในการเลือกซอฟต์แวร์มาใช้ บทความนี้จึงเหมาะกับมือใหม่บน Mac OS X หรือมือเก่าบน Windows ที่คิดนอกใจครับ Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 1606 Comments (20)
![]()
tangkai
said:
|
|||||||||
![]() |
“ igital Performer” ของ MOTU (อยู่ในระหว่างการ Cross Platform มา Windows) ... ได้ยินเรื่องนี้มานานมาก ตั้งแต่เพิ่งตั้งไข่เลยครับ จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างจาก MOTU ซะที อ้อ...ขอบคุณสำหรับบทความครับ เพิ่ง print ออกมานั่งอ่าน ดีครับ ชอบ |
|
report abuse
vote down
vote up
|
![]() |
“ igital Performer” ของ MOTU (อยู่ในระหว่างการ Cross Platform มา Windows) ... ได้ยินเรื่องนี้มานานมาก ตั้งแต่เพิ่งตั้งไข่เลยครับ จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างจาก MOTU ซะที อ้อ...ขอบคุณสำหรับบทความครับ เพิ่ง print ออกมานั่งอ่าน ดีครับ ชอบ |
|
report abuse
vote down
vote up
|
| < Prev | Next > |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr