---> Reviews
[Passion Review] Xboard 25-Xboard 49 MIDI Keyboard/Controller จาก E-MU | [Passion Review] Xboard 25-Xboard 49 MIDI Keyboard/Controller จาก E-MU |
|
|
| Written by PHz | |
| Monday, 12 June 2006 | |
|
ช่วงปีที่แล้ว E-MU มีข่าวว่าจะออก MIDI Keyboard/Controller รุ่นใหม่มาขอแชร์ตลาด Desktop Music Production บ้าง ก็ทำให้ผู้เขียนสนใจไม่น้อย แต่หลังจากเข้าไปพิจารณารายละเอียดกันจาก Specsheet และรูปร่างหน้าตาแล้ว บอกตรง ๆ ว่ามันยังไม่น่าสนใจเท่าไรนัก เพราะมีในสิ่งที่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ มีแล้วทั้งหมด จะมีจุดเด่นอีกอย่างที่คีย์บอร์ดราคาไม่แพงน้อยรายจะมีก็คือ “Aftertouch” และทาง E-MU ก็ได้อ้างไว้ว่ามันมีคีย์ที่ดีมาก ๆ เหมาะสำหรับมือคีย์บอร์ดที่ซีเรียสในเรื่องนี้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าบรรดาคีย์บอร์ดประเทนี้ มักมีข้อด้อยตรงจุดนี้นั่นเองครับ ช่วงประมาณต้นปี พี่แนนแห่ง Muzic Craft ได้ส่ง Xboard 49 มาให้ผู้เขียนได้สัมผัสกับเค้าบ้าง ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ... รายละเอียดของฮาร์ดแวร์ อย่างที่รู้กันว่าตัวเลขหลังชื่อรุ่นนั้นบ่งบอกถึงจำนวนคีย์ของรุ่นนั้น นอกนั้นเหมือนกันทุกอย่าง คือเป็นคีย์แบบขนาดมาตรฐาน (Semi-Weighted Synth Action ) ตัวมันจะมีปุ่มหมุน (Knob) ให้มา 16 อัน มีปุ่นเลื่อน (Slider) มาให้อันเดียวโดด ๆ สำหรับป้อนค่าเท่านั้น ต่างจากผู้ผลิตรายอื่นที่รุ่นปัจจุบันจะมีปุ่มเลื่อนมาให้ไม่น้อยกว่า 8 ปุ่ม ด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ว่าประหยัดพื้นที่กว่า อย่างในกรณีของรุ่น Xboard 25 จะทำให้เราได้ปุ่มหมุนมาถึง 16 อัน แต่ Xboard 49 นั้นมีพื้นที่มากกว่า แต่ก็ใช้ Layout แบบเดียวกับ Xboard 25 เปี๊ยบเลย คนที่ต้องการความหลากหลายของคอนโทรลเลอร์ อย่าเพิ่งเมินหน้าหนีครับ (มันยังมีอะไรดี ๆ อีกนะ) และสิ่งนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญของผู้เขียนเท่าไรครับ “แมวจะอ้วนกลมหรือจะผอมแบน ขอให้จับหนูได้ก็พอ” (ขอดัดแปลงวาทะเด็ดของท่านเติ้งมาใช้หน่อยนะ อิอิ) ตัว Xboard นั่นก็เหมือนกับ MIDI Keyboard ทั่ว ๆ ไปที่ใช้ไฟจาก USB และส่งข้อมูลทางนั้นเลย ไม่ต้องหาหัวต่อ MIDI แบบ 5-Pin ให้วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน ในกรณีที่เราใช้งานนอกสถานที่กับโน๊ตบุค และต้องการจะประหยัดพลังงานแบตของโน๊ตบุค เราก็ยังสามารถใช้ไฟจาก 6 Volts Adaptor ซึ่งจะไม่แถมมาให้ ต้องสั่งต่างหากครับ หรือใช้จากแบตเตอรรี่ขนาด AA 3 ก้อนก็ได้ ซึ่งใช้ได้นานเป็นสัปดาห์กันเลยทีเดียว จะมีข้อติจากการสำรวจายนอกก็คือปุ่มกด (ปุ่มกดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่ลิ่มคีย์) ต่าง ๆ นั้น ดูไม่ค่อยแน่นเท่าไร มันเหมือนเป็นพลาสติกราคาถูกและหลวม ๆ ไม่แน่น อย่างที่นักดนตรีอย่างเรา ๆ อยากให้มันเป็นครับ แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับคีย์ของมันครับ สิ่งนี้แหละ ที่นักดนตรีอย่างเรา ๆ ต้องการที่สุด ลองเล่นกันจริง ๆ (เสียที) ในตอนแรกก่อนที่จะเปิดโปรแกรม Virtual Instrument ขึ้นมาเล่นนั้น ลองสัมผัสดูคร่าว ๆ ก่อน ก็พบว่าสัมผัสดีใช้ได้ แต่หลังจากเล่นไปซักพัก ก็สังเกตอาการแปลก ๆ ที่เวลาเล่นเบา ๆ (เวโลซิตี้ต่ำ ๆ) นั้น มันไม่ตอบสนองเลย เลยลองเปิดโปรแกรมสำหรับทดสอบเวโลซิตี้แบบ Real-time ดู ถึงเห็นกันชัด ๆ ว่า Velocity ต่ำกว่า 30 ลงมาจะไม่ขึ้นเลย และจะลงต่ำสุดคือ 1 เลย (0 คือ Note-Off) โทรไปปรึกษากับพี่แนน Muzic Craft ดู พี่แนนแนะนำให้ใช้ ซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์ "Xboard Control" ปรับ Velocity Curve ดูก่อน ผู้เขียนจึงลองดูทุกรูปแบบ จึงเห็นว่าหมดทางเยียวยา ทาง Muzic Craft จึงจัด Xboard 25 มาให้ทดลองใหม่ ถึงได้รับรู้ถึงคีย์อันยอดเยี่ยมอย่างที่ทาง E-MU ว่ามาจริง ๆ คีย์ตอบสนองต่อการเล่นดีมาก น่าจะดีที่สุดเท่าที่ผู้เขียนเคยได้ทดลองมาในราคาเรนจ์นี้ ยิ่งเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวมัน ก็ไม่อยากเชื่อครับ ว่าทำได้เบาแต่เล่นได้อย่างสะใจมาก เอามาทดสอบกับโปรแกรม ก็ได้ค่าที่ตรงอย่างที่มันควรจะเป็น ควบคุมได้ทุก Velocity ได้อย่างใจ ผู้เขียนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปปรับ Velocity Curve เป็นแบบอื่น ๆ เลยนอกจากให้มันเป็นแบบเส้นตรงทแยงมุมอย่างที่โรงงานตั้งมา ในส่วนของ Aftertouch ก็ให้ผลตอบสนองดีเช่นกันครับ โชคดีที่คีย์บอร์ด 2 ตัวล่าสุดที่ผู้เขียนได้สัมผัสอย่าง CME UF8 และ Xboard ตัวนี้ มี Aftertouch ที่ดีมาก ก็ถือเป็นมาตรฐานที่ดีครับ เพราะหากผู้ผลิตรายใดทำออกมาได้ต่ำกว่านี้ รับรองว่าโดนตำหนิมากมายแน่นอน ตัวคีย์บอร์ดจะมีฟังก์ชัน “Latch” เราสามารถสร้างคีย์โซนสำหรับใช้ Latch ได้ ข้อดีก็คือ ในกรณีที่เราต้องการกดคีย์ค้างไว้ อย่างการเล่นลูปยาว ๆ เราก็ไม่จำเป็นต้องกดค้าง หากเราต้องให้คีย์นั้นอยู่ในโหมด Latch เราจะกดเพียงครั้งเดียวและเสียงก็จะเล่นต่อไปจนกว่าเราจะกดมันอีกครั้ง อย่างใดก็ดี ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ที่ใช้เล่นพวกนี้ มักจะมีโหมด Latch ให้เราตั้งเองได้ด้วยครับ (ยกตัวอย่าง Ableton Live) ตรงนี้ก็ไม่จำเป็น แต่ผู้เขียนก็ถือว่า “มี” ดีกว่า “ไม่มี” ครับ เพราะซอฟต์แวร์ (อย่าง Hypersonic) หรือฮาร์ดแวร์โมดูลส่วนหนึ่งไม่มี เราจะใช้ประโยชน์จากมันได้ในกรณี้นี้ครับ เกือบลืมพูดถึง Pitch Bend และ Mod Wheel ที่ทำออกมาได้ดีเช่นกันครับ มีความหนืดพอเหมาะกำลังดี มือคีย์บอร์ดน่าจะชอบกัน เพราะพวกนี้ถ้าสัมผัสไม่ดีจริง ก็พาลจะหมดอารมณ์เล่นได้ครับ ในส่วนของปุ่มหมุนก็ให้ความหนืดกำลังดี เราสามารถตั้ง CC# และ MIDI Channel ของแต่ละปุ่มได้อย่างอิสระ หรือจะใช้ 16-Channel Mode ที่ทั้ง 16 ปุ่มจะใช้ช่องสัญญาณ MIDI ไล่กันไปตั้งแต่ 1-16 สำหรับควมคุมมิกเซอร์ของโปรแกรมต่าง ๆ ครับ ข้อด้อยเพียงข้อเดียวของระบบคอนโทรลก็คือปุ่มกดสำหรับปรับโหมดต่าง ๆ เท่านั้นที่หลวมไปนิด ซึ่งเป็นเรื่องไม่สำคัญเท่ากับระบบ Real-Time Controller ทั้งหมดที่กล่าวมาครับ รายละเอียดของซอฟต์แวร์ Xboard Control ซอฟต์แวร์ที่ติดมากับตัวเครื่องมีทั้งหมด 3 ตัวครับ แบ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการอิดิตปุุ่มต่าง ๆ "Xboard Control" และซอฟต์แวร์สำหรับทำงานดนตรี 2 ตัวคือ "Ableton Live Lite 4 for E-MU" กับ "E-MU Proteus X LE" ซึ่งก็น่าน้อยใจสำหรับผู้ใจ Mac ครับ เพราะซอฟต์แวร์ทั้ง Live Lite 4 และ Proteus X LE ทำงานได้บน Windows เท่านั้น (ปกติแล้ว Ableton Live ตัวเต็มจะมีเวอร์ชัน Mac ด้วย) ข้อดีของซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์นอกจาก GUI ที่สวยงามกลมกลืนกับซอฟต์แวร์ Proteus X แล้ว มันยังมีจุดเด่นที่ตัวอื่น ๆ ไม่มี ก็คือการที่เราสามารถอิดิตกันแบบ Real-Time ได้ อย่างเช่น หากเราเลือก Velocity Curve แล้ว มันจะมีผลทันที เหมือนกับการโปรแกรมปุ่มต่าง ๆ บน Xboard ขณะที่ คีย์บอร์ดของผู้ผลิตรายอื่น เกือบทั้งหมดจะต้องโปรแกรมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วค่อย Send ไปยังเครื่องทีเดียว เรายังสามารถเปิดโปรแกรม DAW หรือ Virtual Instruments ขึ้นมาใช้งานได้พร้อมกันทันทีด้วย ซึ่งถือว่าข้อดีสองข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้เขียนชอบมาก เพราะทั้งง่ายและสะดวก โดยเราจะสามารถเห็นผลจากการโปรแกรมได้ทันที ขณะที่เราไม่สามารถทำแบบนี้ได้บนคีย์บอร์ดของผู้ผลิตรายอื่น (หากเราเปิดใช้ซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์ทั่วไป มันจะจองพอร์ท MIDI ของคีย์บอร์ดนั้นเอาไว้ ทำให้โปรแกรมอื่นไม่สามารถสื่อสารกับคีย์บอร์ดได้) E-MU Proteus LE เป็นซอฟต์แวร์ซาวน์โมดูลเวอร์ชันเล็ก คือตัด Sound Library ออกไปส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเต็ม ที่ชอบมาก ๆ ก็คือการที่มันทำงานเข้ากับ Xboard ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะปุ่มต่าง ๆ จะแมปเข้ากับโปรแกรมเรียบร้อยพร้อมใช้ทันที คุณาพของซอฟต์แวร์ก็ทำมาได้ดีระดับหนึ่ง แต่นักดนตรีบ้านเราต่างก็หาโปรแกรมซาวน์โมดูลที่ดีกว่านี้ได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว จึงอาจทำให้ใครหลายคนมองข้ามในส่วนนี้ไปครับ Proteus LE และสุดท้ายคือ Ableton Live Lite 4 ที่ใช้สำหรับการทำงานดนตรีหรือนำไปใช้แสดงดนตรีสดบนเวที เดาว่าทาง E-MU แถมมาให้เพื่อให้ผู้ใช้ Xboard สามารถนำไปใช้ทำงานดนตรีได้ทันที เพราะมีทั้ง Sequencer (Ableton Live) และซาวน์โมดูล (Proteus LE) มาพร้อมกันเลย แต่ผู้ขียนยังคิดว่าสุดท้ายผู้ที่ซื้อไปก็คงมองข้ามไปอยู่ดี เพราะหาเวอร์ชันที่ดีกว่ามาใช้ได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว (ลองคุยกับทางตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ดูนะครับ) ในความคิดเห็น แม้ว่ามันจะทำงานได้ดีกับ Proteus ดีแค่ไหนก็ตาม แต่โปรแกรมยอดนิยมอย่าง Reason ก็ไม่ได้สนับสนุน Xboard ในระบบ ReMote (คาดว่าต้องรออีกซักพักหนึ่ง) เราต้องมาคอยโปรแกรมเอง กับทุกโปรแกรมที่ต้องการจะใช้ทำงาน (นอกจาก Proteus โปรแกรมเดียว) Xboard มีจุดแข็งสำคัญคือเรื่องของคีย์และการตอบสนองต่อเวโลซีตี้ที่กินขาดคีย์บอร์ดจากผู้ผลิตรายอื่น ๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ถ้าหากคุณมองหาคีย์บอร์ดคอนโทรลเลอร์ในราคาระดับนี้ โดยให้ความสำคัญเรื่องการเล่นเป็นอันดับหนึ่ง และไม่ได้เอามาใช้กับโปรแกรม Reason (ถ้าจะใช้กับ Reason คีย์บอร์ดจากผู้ผลิตอย่าง M-Audio, Edirol, CME, Korg, Novation ดูจะเป็นทางเลือกที่สดใสกว่า) Xboard เป็นคีย์บอร์ดที่เหมาะสมที่สุดแล้วล่ะครับ หรือถ้า 49 คีย์ยังไม่พอแล้วล่ะก็ ทาง E-MU ได้ออกตัว 61 คีย์ซึ่งคาดว่าจะมาถึงไทยอีกไม่นาน ลองสอบถามจากผู้แทนจำหน่ายได้เลยครับ ความต้องการระบบขั้นต่ำ Mac: OS 10.2 ขึ้นไป พร้อมพอร์ท USB ว่างหนึ่งพอร์ท PC: Windows 2000 SP4, Windows XP SP1 ขึ้นไป พร้อมพอร์ท USB ว่างหนึ่งพอร์ท
ขอบคุณ Muzic Craft และนิตยสาร The Absolute Sound & Stage Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 14178 Comments (0)
![]() Write comment
|
|
| Last Updated ( Tuesday, 20 June 2006 ) |
| < Prev |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr