Passion Crews
ให้ GarageBand นำทาง... | ให้ GarageBand นำทาง... |
|
|
| Written by PHz | |
| Sunday, 02 July 2006 | |
|
ข้อความข้างต้นนั้น ผู้เขียนแปลมาจากบทความที่ชื่อ GarageBand changing the face of music creation (Macworld.com) เนื้อหาทั้งหมดในนั้น จะนำบทสัมาษณ์บุคคลสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรีอย่างทางฝั่ง Roland หรือ Yamaha ที่ยกย่องโปรแกรม GarageBand พร้อมทั้งเผยทิศทางของทางบริษัทว่าจะดำเนินรอยตามทิศทางการเดินของ GarageBand… นั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่บรรดาผู้ผลิตสินค้าต่างก็ต้องการที่จะทำอย่างนั้น เพราะตลาด Consumer นั้นเป็นตลาดที่กว้างใหญ่กว่า Pro มากนัก และการที่ Roland (ก่อตั้ง 1972) กับ Yamaha (ก่อตั้ง 1887) ออกมาชื่นชมผลิตัณฑ์ที่มีอายุไม่ถึง 2 ขวบดีแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองบริษัทนี้ต่างก็ผลิต Consumer Product กันตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท นั่นหมายถึงว่ามันต้องมีความดีบางอย่างที่ผู้ที่เคยสัมผัส GarageBand เท่านั้นที่รู้ดี
GarageBand เป็นโปรแกรมแรกที่ทำ GUI ทั้งหมดให้อยู่ในหน้าเดียวหรอกเหรอ ไม่ใช่มั้ง… ท่านผู้อ่านเดาถูกแล้วล่ะครับ (อย่างน้อยก็เดาได้จากหัวเรื่อง) จุดสำคัญที่ทำให้ GarageBand ได้รับคำชมมากมาย นั่นคือการที่มัน “เย้ายวน” ให้คนทั่วไปที่เคยคิดว่าการทำงานดนตรีนั้น เป็นของสูง ต้องทำในสตูดิโอใหญ่ ๆ และใช้งบประมาณแพง ๆ กว่าจะเสร็จออกมาเป็นเพลง มาเชื่อว่าการทำเพลงให้ออกมาเป็นเพลงนั้นง่ายนิดเดียว ซึ่งประเดนนี้นักดนตรีอาชีพ ที่ฝึกฝนร่ำเรียนจนหายใจเป็นเสียงดนตรีหลาย ๆ ท่าน อาจมีเคืองเล็ก ๆ สวนทางกับความต้องการของผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการให้คนมาทำเพลง เล่นดนตรีกันให้มากที่สุด ยิ่งมากเท่าไร ก็จะยิ่งขายสินค้าได้มากตาม แม้ GarageBand ของ Apple จะมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในฐานะตัวแทนที่ปฏิวัติความคิดผู้บริโคส่วนใหญ่ได้ แต่บทความจาก Macworld นั้น ลืมองค์ประกอบสำคัญก่อนที่ GarageBand เป็น GarageBand องค์ประกอบเหล่านี้ที่เราต้องให้เครดิตอย่างมากมายก็มี Steinberg (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Yamaha) บริษัทนี้เป็นผู้วางรากฐานปลั๊กอิน VST จนกลายเป็น Format ที่นิยมมาก Sonic Foundry (ปัจจุบันเป็นของ Sony) ACID น่าจะเป็นโปรแกรมที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบให้กับ GarageBand และน่าจะเป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่ปฏิวัติความคิดว่า “ใคร ๆ ก็สามารถทำงานดนตรีได้” เพราะมันสนับสนุนกับการทำงานด้วยลูป โดยผลิตซาวน์แวร์ออกมารองรับมากมาย หลายแนว แม้ผู้เขียนจะเคยไม่ชอบซอฟต์แวร์ประเทนี้ในคราวแรก และก็ไม่เคยใช้ ACID แต่ขอให้เครดิตว่ามันเป็นต้นแบบของ GarageBand โดยไม่ต้องสงสัย Propellerhead บริษัทสัญชาติสวีเดนนี้ เริ่มต้นกับ ReCycle และ ReBirth ซึ่งก็ถือว่าค่อย ๆ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความคิดนักดนตรี จนมาถึง Reason ซอฟต์แวร์ที่ทำให้คนเชื่อว่าเราสามารถทำงานดนตรีโดยใช้เครื่องดนตรีและเอฟเฟกต์จากคอมพิวเตอร์ได้ แม้ว่าก่อนที่ Reason จะวางจำหน่าย ซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์ก็มีออกมาก่อนมากมายในท้องตลาด แต่ Reason ได้รวบรวมเครื่องดนตรีที่สำคัญเอาไว้เป็นชุดเดียวกันและมันก็ได้กรุยทางเอาไว้ให้ซอฟต์แวร์ตัวอื่น ๆ เดินตามรอยได้อย่างสะดวกโยธิน Ableton Live ถ้าจะบอกว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ Live เปิดตัวเป็นครั้งแรกนั้น มันสามารถเปลี่ยนความคิดได้แม้แต่คู่แข่งได้ ท่านผู้อ่านจะคิดว่ามันเกินเลยไปไหม? เรามาเริ่มตั้งแต่การออกแบบอินเตอร์เฟซให้ทุกอย่างอยู่ในหน้าเดียว ตัดปุ่มควบคุมที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือแต่น้อย ๆ ที่จำเป็นจริง ข้อนี้ GarageBand ยืมไปเต็ม ๆ ต่อมาก็เป็นเรื่องของระบบ Warp ซึ่ง Cubase ก็ยืมไปใช้บ้างในอีก 3 ปีถัดมา หรือการออกแบบให้ใช้ซอฟต์แวร์เล่นเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง นี่ก็ถูก Project 5 ของค่าย Cakewalk ยืมไปเช่นกัน ซึ่งข้อสุดท้ายนี่เอง ทื่ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคิดจะใช้คอมพิวเตอร์มาเล่นดนตรีอย่างแพร่หลายแบบที่เราเห็นในทุกวันนี้
Ableton Live อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ที่ถูก GarageBand ยืมไปใช้ในหลาย ๆ ส่วน รายชื่อผู้ผลิตและซอฟต์แวร์ที่ยกมาทั้งหมดนั้น สมควรได้รับเครดิตไม่น้อยกว่า GarageBand เลยครับ เพราะจะว่าไป GarageBand ต่างก็หยิบหยืมแนวคิดต่าง ๆ จากซอฟต์แวร์เหล่านี้มาทั้งหมด Ableton Live นั้นอาจโดนไปเยอะหน่อย หรือเกือบทั้งหมดของ GarageBand เลยก็ว่าได้ (โดยเปลี่ยนอินเตอร์เฟซให้ดูสวยงามและเพิ่ม Sample-Based Instruments เข้าไป พร้อมทั้งจัดหมวดหมู่ของ Loop ให้ง่ายต่อการค้นหา) และทำการตลาดได้โดนมาก ๆ คือแจกฟรีกับเครื่องที่ซื้อใหม่ หรือในขายราคาถูกมาก ๆ ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งตลาดให้เต็ม เชื่อมต่อกับ Logic Express และ Logic Pro(มันไม่ใช่แค่ระบบไฟล์เสียงที่ Compatible เท่านั้น แต่ทั้ง Engine, Effect, Instrument และ Loop ต่างก็แชร์กันได้กับ Logic) และแม้ผู้ผลิตเครื่องมือจะยินดีกับความร่ำรวยขนาดไหน พวกเรานักดนตรีที่หากินกับการสร้างสรรค์งานดนตรี จำเป็นต้องหาตำแหน่งยืนกันให้มั่น เพราะ Consumer Product กำลังจะมีบทบาทสำคัญในวงการดนตรี เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับวงการถ่ายาพหรือวงการอื่น ๆ “สมัยหนึ่งคนเก่งเป็นศิลปินร่ำรวย สมัยนี้คนเก่งหันมาทำอุปกรณ์ขายนักดนตรีร่ำรวย” ส่วนศิลปินจนลง ๆ ทั้งหมดเป็นผลมาจากเทคโนโลยีแท้ ๆ จริงเชียว ที่มา www.macworld.com, www.createdigitalmusic.com Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 2943 Comments (4)
![]() Write comment
|
|
| Last Updated ( Thursday, 13 July 2006 ) |
| < Prev | Next > |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr