---> Max/MSP
[Max/MSP Project] Lady Glove No.5 | [Max/MSP Project] Lady Glove No.5 |
|
|
| Written by init_program | |
| Friday, 07 July 2006 | |
|
ผู้เขียนคิดว่ามันคงเป็นการดีไม่น้อย หากจะแนะนำให้ท่านผู้อ่านใหม่เห็นว่า นักพัฒนาด้านนี้ ได้ใช้ Max/MSP ทำอะไรบ้าง โปรเจกต์แรกที่จะแนะนำให้รู้จักนั้น สร้างสรรค์โดยสตรีเพศครับ เธอชื่อ Laetitia Sonami (www.sonami.net) และสิ่งที่เธอประดิษฐ์ขึ้นนั้นเรียกว่า Lady’s Glove No.5
มันคือถุงมือที่เมื่อใครก็ตามได้สวมใส่มัน และขยับเขยื่อนเคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆ มันก็จะเกิดเสียงดนตรีที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของมือ ข้อมือและนิ้วมือ สรุปง่ายๆก็คือถุงมือนี้เป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งนั่นเอง ตัวถุงมือนั้น ทำจากวัสดุไลครา (Lycra) สีทองและเมื่อมองจากายนอกแล้ว เราจะเห็นไมโครสวิตซ์ติดอยู่ที่ปลายนิ้วทั้ง 5 แต่ายในนั้นมีอะไรมากกว่านั้นครับ เพราะมันจะติดตัวต้านทานไว้ 4 ชุด คือที่ข้อมือ 1 และที่เหลือจะติดอยู่บนนิ้วทั้ง 3 ซึ่งตัวต้านทานที่อยู่บนนิ้ว จะสร้างความต่างศักย์ได้ 2 ค่า ทำให้การขยับข้อมือและงอนิ้วจะทำให้เราได้ค่าความต่างศักย์แตกต่างกัน 7 ค่า ไม่ใช่แค่นั้นครับ ในแต่ละนิ้วยังติด Hall Effect Transducer ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ส่งค่าความต่างศักย์ออกโดยอิงกับค่าสนามแม่เหล็ก และติดแม่เหล็กไว้บนนิ้วโป้ง ทำให้เวลาที่นิ้วโป้งเคลื่อนไปชิดกับนิ้วต่างๆ ก็จะทำให้เกิดความต่างศักย์เช่นกัน ที่นิ้วชี้นอกจากจะมีไมโครสวิตซ์แล้ว ก็ยังมีแผ่นจับการกด (Pressure Pad) เมื่อเรากดนิ้วโป้งเข้ากับนิ้วชี้ ก็จะมีเอาท์พุทเกิดขึ้นอีก เซนเซอร์ตัวสุดท้ายคือเครื่องส่งอัลตร้าโซนิคที่ติดไว้ที่ถุงมือ ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับที่คาดไว้ที่ลำตัว ช่วยจับระยะห่างระหว่างมือกับร่างกาย Sonami บอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากาษากายครับ เพราะระยะห่างของมือกับร่างกายสามารถตีความเป็นาษากายซึ่งสามารถแปลเป็นคำพูดได้อีกทีหนึ่ง สัญญาณควบคุมต่างๆจะถูกส่งเข้า SensorLab ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงเป็น MIDI และนำไปประมวลผลด้วย Max เพื่อแปลงข้อมูล MIDI ออกมาเป็นเสียงดนตรีด้วยซินธ์และแซมเปลอร์ที่เธอออกแบบเอง ตัวอย่างเช่น เธอจะทำ Patch ขึ้นมากลุ่มหนึ่ง เพื่อให้การงอข้อมือคือ Pitch Bend Message แล้วทำ Patch อื่นๆสำหรับการเล่นโน้ต เป็นต้น อ่านถึงตรงนี้ก็อาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องอุตสาห์เสียเวลา (ถึง 3 เดือน) เพื่อสร้างมันขึ้นมาด้วย ทั้งๆที่มีคอนโทรลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด..? Sonami ให้เหตุผลว่า “การใช้ถุงมือ ทำให้เราคิดน้อยลง แต่ใช้สัญชาตญาณมากขึ้น เหมือนกับการเขียนหนังสือ เวลาเราเขียน เราไม่ต้องคิดอะไรมาก การใช้มือยังแสดงท่าทางได้หลากหลายอีกด้วย มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังปั้นเสียงบนอากาศ แล้วเราก็รู้สึกได้ว่าเสียงนั้นมีตัวตนจริงๆ...” ลองเข้าไปดูการแสดงของ Sonami ได้จากเวปที่แนะนำไว้ด้านบนนะครับ หรือจะดูจาก CD Compilations ชื่อ Imaginary Landscapes (Nonesuch), Another Coast (Music & Arts) และ the Jewel Box (Tellus 26, NYCหลังจากได้ดูการแสดงแล้ว ผู้เขียนมีความเห็นว่า การใช้มือปั้นเสียงดนตรีนั้น แม้เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมือกับเสียงที่ฟุ้งออกจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ได้อย่างแจ่มชัด แต่ก็มีความไหลลื่นและกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกได้โดยตรงเช่นกัน แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง..? ผู้เขียนหวังว่ามันจะจุดไฟในตัวของท่านผู้อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อย… ในตอนหน้าจะนำโปรเจกต์ที่น่าสนใจมาให้ชมกันอีก คอยติดตามครับ...
Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 4423 Comments (2)
![]() Write comment
|
|
| Last Updated ( Sunday, 09 July 2006 ) |
| < Prev | Next > |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr