Home arrow ---> Reviews arrow [Review] Novation ReMOTE 25SL

[Review] Novation ReMOTE 25SL PDF Print
Written by PHz   
Saturday, 15 July 2006

ในรอบปีนี้ มีผลิตัณฑ์ Virtual Studio ที่ผู้เขียนรอคอยอยู่เพียง 2 ชิ้นเท่านั้น ชิ้นแรกคือ “Kore” จาก Native Instruments แต่น่าเสียดายอยู่หน่อย ตรงที่บ้านเราไม่มีใครนำเข้ามา ผู้เขียนก็กำลังรอจังหวะที่จะสั่งเข้ามาใช้อยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดที่ว่ามันขายดีมาก ผลิตมาลอตแรกก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ผลิตัณฑ์ชิ้นที่ 2 ที่รอคอย ท่านผู้อ่านคงเดากันได้ ว่ามันคือ Remote SL จาก Novation ก็อย่างที่รู้กันอยู่ในวงการว่า Novation เป็นผู้ผลิตคีย์บอร์ดคอนโทรลเลอร์คุณาพดีมาช้านาน แต่ติดปัญหาสำคัญคือการที่มันไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย นอกจากหิ้วมากันเอง แล้วก็โชคดีมากที่พอผู้เขียนเข้าไปอ่านรายละเอียดของ ReMOTE SL จากในเวป แล้วได้ทราบว่าทาง MI Engineering กำลังนำเข้ามาพอดี แล้วไม่นานหลังจากนั้น ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสสัมผัสตัวเป็น ๆ ของมัน


Novation ูมิใจเสนอ ReMOTE 25SL
ก่อนหน้าที่เคยจะได้เจอตัวจริง ผู้เขียนก็พอจะได้รู้มาบ้างจากการเห็น และได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับคอนโทรลเลอร์ของ Novation ว่ามีคุณาพสูง และมี Human Interface ที่ค่อนข้างอลังการอย่าง Touchpad ที่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ ไม่ได้เอามันมาใส่ (มาตอนหลัง ผู้ผลิตอย่าง Korg เริ่มเอามาใช้บ้างแล้ว) พอได้มาสัมผัสจริง ๆ ก็ทึ่งไปเล็กน้อย เพราะวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตล้วนแล้วแต่ “แข็ง” แบบจับดูก็รู้เลย ปุ่มกดต่าง ๆ ทำมาได้อย่างแน่นมาก ประกอบไปด้วยปุ่มหมุนได้รอบ (Rotary Encoder) 5 ปุ่ม ปุ่มหมุน 270 องศา (Rotary Potentiometer) 8 ปุ่ม ซึ่งความแตกต่างนอกเหนือจากระยะของการหมุนแล้ว ปุ่มแบบหมุนได้รอบ จะไม่ลื่นเหมือนปุ่มหมุน 270 องศา คือเราจะรู้สึกว่ามันมีร่องเฟืองและจะมีอาการสั่นนิดหน่อยเวลาหมุน ปุ่มเลื่อน (Slider) 8 ปุ่ม ปุ่มกดเล็ก ๆ 32 ปุ่ม Trigger Pad สำหรับเล่นเสียงกลอง 8 ปุ่ม (สัมผัสดีมาก ๆ) ปุ่มสำหรับควบคุมทรานสปอตอย่าง Rewind/Fast Forward/Stop/Start/Record/Loop ปุ่มสำหรับแทปเทมโป้อีก 1 ปุ่มสำหรับการปฏิบัติงานอย่าง Play/Edit/Template/Global/Write อีก 5 ปุ่ม ปุ่มหมุนสำหรับใช้เปลี่ยนฟังก์ชันต่าง ๆ อย่าง Program Change, Template อีกหนึ่ง และปุ่มสำหรับเปลี่ยนออคเตฟขึ้น/ลง บอกได้ว่ามันเยอะมากจริง ๆ ตั้งแต่ที่เคยเห็นมา เก็บ Template สำหรับใช้กับโปรแกรมต่าง ๆ ได้ถึง 40 Location ทางผู้ผลิตยังทำ Template มาให้เลือกใช้มากมาย เรียกได้ว่าโปรแกรมดัง ๆ มีเกือบหมด โดยที่เราแค่โหลดมันไปใช้ ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง แต่ถ้าอยากทำเองล่ะก็ ตัวซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์ของมันก็ใช้งานง่ายและดีมาก ๆ ครับ (จะกล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป)

รูปร่างของมันนั้นถือว่าใหญ่เกินกว่าที่คิดไว้ครับ (สูง=68mm กว้าง=293mm ยาว 468mm) เมื่อนำไปเทียบกับคีย์บอร์ด 25 คีย์ของผู้ผลิตรายอื่น ๆ ก็จะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย รวมไปถึงน้ำหนัก 2.5 Kg ที่ถือว่าหนักกว่าคีย์บอร์ดขนาด 25 คีย์ทั่วไปเช่นกัน และที่พิเศษสุด ๆ คือจอ LCD ที่แสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีมาก ๆ เพราะมันแสดงตัวอักษรได้ทีละ 144 ตัวอักษรต่อจอ (มี 2 จอซ้ายขวา) ซึ่งสามารถแสดงชื่อพารามิเตอร์ยาว ๆ ได้ครบถ้วนทุกอัน ส่วนในกรณีที่มีพารามิเตอร์หรือข้อมูลมากกว่าที่จอแสดงผลได้พอ เราก็สามารถเปลี่ยนหน้าได้จากปุ่มขึ้น/ลง ที่อยู่ข้าง ๆ จอทั้งสองได้เลยครับ

ในเรื่องของการเชื่อมต่อนั้น เราจะต่อมันเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB ซึ่งก็สนับสนุนทั้ง Windows และ Mac หรือถ้าจะต่อผ่าน 5 Pin MIDI ก็มีให้ 2 เอาท์ 1 อิน 1 ทรู ซึ่งเยอะกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป สามารถต่อเข้ากับ Sustain Pedal กับ Expression Pedal ได้อย่างละ 1

ตัวคีย์บอร์ดนั้น เป็นแบบ Semi-Weighted น้ำหนักดีมาก ๆ มี Aftertouch ให้ด้วย ปรับแต่ง Velocity Curve ให้ 6 แบบ ซึ่งเราสามารถเลือกแต่ละแบบแยกกันบน Template ได้ ไม่ได้เป็นแบบ Global ที่เซตครั้งเดียวมีผลทั้งหมด และหากเราอยากได้คีย์บอร์ดมากกว่า 25 คีย์ก็ยังมีรุ่น 37 กับ 61 คีย์ให้เลือกใช้ หรือถ้าไม่อยากได้คีย์เลย อยากได้คอนโทรลเลอร์อย่างเดียว ทางผู้ผลิตก็เพิ่งออกรุ่น Remote ZeRO SL ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีคีย์บอร์ดดี ๆ ใช้อยู่แล้ว อยากได้คอนโทรลเลอร์มาเพิ่ม และที่ผู้เขียนชอบอีกอย่างก็คือจอยสติกซ์สำหรับ Pitch Bend และ Modulation ซึ่งทำมาได้เป็นเอกลักษณ์มาก รวมไปถึงสัมผัสของมันก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย เหนียวหนึบ ไม่หลวมโพรกเหมือนคีย์บอร์ดราคาถูกทั่วไป

        

                            ReMOTE ZeRO SL สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเล่นคีย์บอร์ด


ขอแนะนำ Automap

                                    

“ออโต้แมป” เป็นระบบที่ทาง Novation คิดค้นขึ้นมา และเริ่มนำมาใส่ลงในคอนโทรลเลอร์ตระกูล ReMOTE SL โดยพารามิเตอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าของโปรแกรมโฮสต์หรืออินสตรูเมนต์-เอฟเฟกต์จะถูกแมปเข้ากับคอนโทรลเลอร์โดยอัตโนมัติ โดยที่เราเป็นฝ่ายเลือกที่จะควบคุมอุปกรณ์ใด ๆ ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยน Memory Location หรือสร้าง Template ขึ้นมาใช้เอง ก่อนหน้านี้ก็จะมี Mackie Control ที่ทำระบบมาคล้าย ๆ กัน หรือทางฝั่งซอฟต์แวร์ก็มี Reason ที่ทางผู้ผลิตพยายามจะควบคุมการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับฮาร์ดแวร์คอนโทรลเลอร์ครับ โดยสนับสนุนคอนโทรลเลอร์ได้หลากหลายมาก ๆ และผู้เขียนก็เชื่อว่ามันจะกลายเป็นมาตรฐานที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นต้องทำตามในไม่ช้า  

ReMOTE SL เองก็ถือเป็นคีย์บอร์ดคอนโทรลเลอร์ตัวแรกที่มีระบบการทำงานลักษณะแบบนี้ ถึงวันนี้แล้วโปรแกรมที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับ ReMOTE SL ก็มี Ableton Live (เวอร์ชัน 5.05 ขึ้นไป), Reason (เวอร์ชัน 3.0.4 ขึ้นไป), Cubase SX (เวอร์ชัน 3.1.0.933 ขึ้นไป), Nuendo (เวอร์ชัน 3.2 ขึ้นไป), Logic Pro (เวอร์ชัน 7.1 ขึ้นไป) และทางผู้ผลิตก็หมั้นหมายว่ามันจะสนับสนุนระบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เห็นทีจะรอช้าไม่ได้แล้วล่ะครับ เรามาเริ่มทดลอง Automap กันทีละโปรแกรมเลยดีกว่า!!


Automap กับ Ableton Live

เนื่องจากผู้เขียนเองก็ได้มีโอกาสอ่านรายละเอียดมันก่อนล่วงหน้าแล้ว จึงขอทดสอบกับ Ableton Live ในทันทีที่แกะกล่องออกมา หลังจากต่อสาย USB เสร็จเรียกโปรแกรม Ableton Live ขึ้นมา ซึ่งระบบ Automap ก็ฉลาดพอที่จะทำความรู้จัก Live ในทันที แต่เสียอย่างที่เรายังควบคุมอะไรไม่ได้ (โปรโตคอล ReMote บน Reason นั้นฉลาดกว่านี้ ใช้งานได้ทันที) ผู้เขียนก็พอเข้าใจได้ทันทีว่าควรต้องทำอย่างไรต่อไป จึงไปเซตระบบ MIDI ที่ Preference แล้วเลือก Control Surface เลือก Port สำหรับการสื่อสารไปกลับให้ถูก แค่นี้ก็จบ!!

ระบบ Automap บนแต่ละโปรแกรมนั้นไม่เหมือนกันครับ อย่างของ Ableton Live นั้น จะแบ่งการควบคุมบนตัว ReMOTE SL ออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ส่วนขวามือที่เราเห็นเป็นปุ่มเลื่อน จะใช้ควบคุมมิกเซอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Level, Pan, Send, Arm Recording ฯลฯ ขณะที่ฝั่งซ้ายที่เป็นกลุ่มของปุ่มหมุนและ Trigger Pad จะใช้ควบคุม Device ต่าง ๆ

ในกรณีของมิกเซอร์นั้น ผู้เขียนประทับใจมาก ก็ตรงที่มันแสดงระดับความดังเป็น dB ขณะปกติหากเราต้องการดูจริง ๆ ต้องไปดูที่หน้า Automation เท่านั้น และเมื่อเราเพิ่มแทรคลงไป มันก็จะไปปรากฏที่จอแสดงบน ReMOTE SL ทันทีเลย เจ๋งมากจริง ๆ

                  

ส่วนซ้ายมือของ ReMOTE SL ที่ใช้สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น เราต้องเลือกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นอินสตรูเมนต์หรือเอฟเฟกต์ขึ้นมาก่อน แล้วเราจะใช้แค่ Encoder หรือปุ่มหมุนรอบทั้ง 8 ควบคุมเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าพารามิเตอร์จะไม่มีการกระโดด ในกรณีที่เราไปเปลี่ยนแปลงพารามิเตอร์เหล่านั้นจากโปรแกรม มันจะส่งค่ามาที่ ReMOTE SL แล้วเราสามารถใช้ปุ่มหมุนรอบ ปรับพารามิเตอร์ได้ต่อจากเดิมครับ ส่วนปุ่มหมุน 270 องศาและทริกเกอร์แพด จะคอยทำงานเสริมโดยเราต้องใช้ MIDI Learn จากโปรแกรมแล้วใช้มันควบคุมปุ่มต่าง ๆ บน Live ได้อย่างเต็มที่ ในกรณีที่นำไปใช้บนเวที ก็ให้ระวังการกระโดดของพารามิเตอร์ด้วยนะครับ อย่าไปปรับพารามิเตอร์ (ที่ Assign ให้กับปุ่มหมุน 270 องศา) จากโปรแกรมละกัน เพราะถ้ากลับมาใช้ปุ่มอีกที พารามิเตอร์กระโดดแน่นอน

ที่น่ายินดีสำหรับคนที่วางแผนจะนำ ReMOTE SL กับ Live ไปเล่นบนเวทีก็คือการที่เราสามารถทริกเกอร์คลิปได้จาก ReMOTE SL ผ่านปุ่มสี่ปุ่มที่อยู่ทางด้านซ้ายมือสุดของตัวเครื่องครับ เราจะใช้ 2 ปุ่ม (สองกับสามนับจากด้านบน) ในการเลื่อน Scene ขึ้นลง ขณะที่อีกปุ่มล่างถัดไปจะใช้ในการทริกเกอร์ Scene นั้นทั้ง Scene ส่วนปุ่มล่างสุดจะใช้ในการหยุดเล่นคลิปทั้งหมดครับ เกือบลืมพูดถึงปุ่มบนสุดไป เราจะใช้มันในการล๊อคอุปกรณ์ไว้ โดยปกติแล้ว เมื่อเราเลือกใช้อุปกรณ์ใด ตัว ReMOTE SL มันจะไปจับพารามิเตอร์ของอุปกรณ์นั้นมาไว้ในเครื่องทันที แต่ในกรณีแสดงสด ซึ่งเราต้องการควบคุมอุปกรณ์เพียงตัวเดียวอยู่แล้ว ก็ให้กดปุ่มบนสุดเพื่อทำการล็อคครับ

ส่วน Touchpad และ Joystick นั้นก็สามารถ Assign ให้ใช้กับ Live ได้อิสระเช่นกัน แต่ขอแนะนำว่าสงวน Joystick ไว้ใช้ในกรณีที่เราเล่นคีย์บอร์ดดีกว่า นอกเสียจากจะไม่เล่นคีย์บอร์ดจริง ๆ ก็ค่อยนำมาใช้ควบคุมส่วนอื่น ส่วน Transport Control นั้น ก็ใช้ได้ดีมาก ๆ ครับ ผู้เขียนชอบก็ตรงที่มันให้ปุ่มสำคัญมาครบหมด ขณะที่คีย์บอร์ดตัวเก่งของผู้เขียนอย่าง UF8 ละเลยปุ่ม Loop ไป ซึ่งในการทำงานเพลงของผู้เขียนนั้นใช้บ่อยมาก ๆ

หมายเหตุ หากท่านผู้อ่านลองใช้งาน ReMOTE SL กับ Ableton Live แล้วยังใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะปุ่ม Encoders ไม่สามารถเปลี่ยนพารามิเตอร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ให้ทำดังนี้ครับ

         1.เข้าไปดาวน์โหลดไฟล์ Template Ableton Live Automap พร้อมกับซอฟต์แวร์ ReMOTE SL Editor แล้วใช้ซอฟต์แวร์ Editor อัพโหลด Template ขึ้นไป (แนะนำให้ไว้ที่ Location 40 เพื่อง่ายต่อการเข้าถึง)

         2.เปิด Live พร้อมกับเปลี่ยน Template ไปยัง Location ที่เก็บ Ableton Live Automap ถ้ายังใช้ไม่ได้อีก ให้ตรวจสอบดูว่า Encoder แต่ละตัว มีโหมดการทำงานเป็นอะไร ทำได้โดยกดปุ่ม Edit ค้างไว้ พร้อมทั้งหมุนปุ่ม Encoder แต่ละตัวดู ตรง DispType ต้องเป็น VPOT เท่านั้น จึงจะใช้การได้ ไม่รู้เป็นความโชคดีของผู้เขียนหรือเปล่า ที่เจอปัญหานี้ และกว่าจะแก้ปัญหาได้ ต้องถามตอบกับฝ่ายซัพพอร์ทของ Novation อยู่หลายวัน ต้องขอขอบคุณ Mr. Mick Gilbert ด้วยครับ ที่อดทนช่วยหาทางแก้อยู่หลายวันจนสำเร็จ


Automap กับ Reason

หลังจากทดสอบความฉลาดของ ReMOTE SL เมื่อใช้กับ Live แล้ว ผู้เขียนก็เปิด Reason เพื่อทดสอบต่อทันที เนื่องจากทั้ง 2 ซอฟต์แวร์ตัวนี้ เป็นตัวโปรดที่ใช้ทำงานอยู่เป็นประจำ แต่หลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้ว เจ้า ReMOTE SL กลับนิ่งมาก ๆ ราวกับว่าทั้ง ReMote SL และ Reason ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน หลังจากนั่งนึกหาเหตุผลสักพัก จึงรีบนำ DVD Resource ที่ให้มา ใส่เครื่องแล้วทำการติดตั้งระบบ Automap บน Reason ทันที

ความจริงแล้ว ระบบ Automap บน Reason นั้น อยู่บนพื้นฐานของโปรโตคอล ReMote ของ Reason คือจะใช้มาตรฐานที่ทาง Propellerhead ผู้ผลิต Reason ได้วางเอาไว้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ สิ่งที่เราทำง่าย ๆ ก็คือติดตั้งซอฟต์แวร์ที่มากับ Resource DVD เพื่อให้ Reason รู้จัก ReMOTE SL นั้นเอง                     

หลังจากติดตั้ง Reason Automap จาก Resource DVD เราจะเห็น ReMOTE SL ปรากฏอยู่ที่หน้า Control Surface

ในการใช้งานกับ Reason หากท่านผู้อ่านคุ้นเคยกับโปรโตคอล ReMote อยู่แล้ว ก็อาจไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก นอกเสียจากจะรู้สึกว่าจอ LCD นั้นมีประโยชน์มาก ในการแสดงค่าพารามิเตอร์หรือข้อมูลต่าง ๆ อย่างตำแหน่งของเพลง ตำแหน่งของลูป ความเร็ว Tempo แต่ถ้านี่เป็นครั้งแรกแล้วล่ะก็ จะต้องทึ่งกับมันครับ เราสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ บน Reason ผ่าน ReMote SL แล้วพารามิเตอร์ทุกตัวของอุปกรณ์นั้น ๆ จะไปแมปกับคอนโทรลเลอร์อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างมิกเซอร์บน Reason จะแมปปุ่มเลื่อนให้กับพารามิเตอร์ “Level” ปุ่มหมุนบนจะแมปกับ “Treble” ปุ่มหมุนล่างกับ “Bass”

ในตอนแรก ผู้เขียนยังคง “งง” อยู่บ้าง เมื่อหมุนปุ่มบางปุ่มแล้วพารามิเตอร์ไม่ขยับ แต่พอใช้งานไปซักพักถึงได้เข้าใจว่า ที่มันไม่ขยับตั้งแต่แรก ก็เป็นเพราะมันป้องกันการกระโดดของพารามิเตอร์ กล่าวคือเราต้องหมุนหรือเลื่อนปุ่มไปยังตำแหน่งเดิมของมันเสียก่อน แล้วพารามิเตอร์ถึงทำการเปลี่ยนไปตามที่เราหมุนครับ ยกตัวอย่างให้เห็นาพก็คือ หากพารามิเตอร์ของ Filter Cutoff อยู่ในตำแหน่งที่ 100 แต่ปุ่มหมุนที่ควบคุม Filter Cutoff นั้นยังอยู่ที่ 50 เมื่อเราเริ่มหมุนปุ่มไปที่ 55 ค่าของ Filter Cutoff ก็ยังไม่เปลี่ยน ยังคงอยู่ที่ 100 ต่อเมื่อเราหมุนปุ่มผ่านค่า 100 ไปที่ 127 ค่าของ Filter Cutoff จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็น 127 โดยจะเริ่มเปลี่ยนเมื่อตอนที่เราหมุนแตะ 101 ครับ ผู้เขียนเข้าใจว่าระบบป้องกันการกระโดดนี้ เป็นความฉลาดของทาง Novation เองครับ ที่ออกแบบการใช้มาแบบนี้ (เพราะเท่าที่เคยทดลองคอนโทรลเลอร์อื่นกับ ReMote ก็ไม่พบระบบป้องกันนี้) แต่ผู้เขียนก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมรูปแบบเดียวกันนี้ถึงไม่ได้ทำบน Ableton Live ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม Reason กับ ReMOTE SL นั้นเข้ากั้น เข้ากัน...

 

         ใช้งานกับ Reason จะแสดงข้อมูลได้ละเอียดมาก ๆ

กล่าวชมมากเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีจุดผิดพลาดเลย ที่ผู้เขียนจับได้คาปุ่มเลยก็คือ เมื่อเราใช้กับ Combinator มันจะจำพารามิเตอร์ปุ่มชุดแรกของ Combinator ไว้ หากเราไปควบคุม Combinator ตัวที่สอง พารามิเตอร์ชุดนั้นก็จะปรากฏอยู่ที่จอแสดงผลเหมือนเดิม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ชื่อพารามิเตอร์ตรงปุ่มหมุนแทบจะไม่มีทางเหมือนกันเลยในแต่ละชุด อย่างไรก็ตามจุดผิดพลาดนี้ ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงมากมาย เรายังสามารถควบคุมทุกอย่างได้ตามปกติ และผู้เขียนก็เชื่อว่า มันจะสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดทครับ (ต้องยอมรับว่าทางผู้ผลิตมีการอัพเดททั้ง OS และ Template บ่อยมากจริง ๆ ถ้าหากใครซื้อมาใช้ก็สบายใจได้เลยว่ากำลังใช้ของคุณาพที่ผู้ผลิตใส่ใจที่จะสนับสนุนผลิตัณฑ์นี้ยาว ๆ)


Automap กับ Cubase SL/SX 3-Nuendo 3

การทำงานร่วมกับ Cubase SL/SX  และ Nuendo 3 ขอแนะนำให้ใช้ Cubase Automap เวอร์ชัน 2 หรือสูงกว่า โดยดาวน์โหลดได้จากเวป www.novationmusic.com ครับ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว เราต้องทำให้ เราต้องให้ Cubase/Nuendo รู้จักกับ ReMOTE SL เสียก่อน โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Device Setup เพิ่มชื่อ Novation ReMOTE SL โดยการคลิกบวก แล้วต้องให้ MIDI Input กับ Output เป็น ReMOTE SL MIDI [2] เท่านั้น (ตามรูป) ระบบ Automap จึงจะทำงานได้อย่างราบรื่น เมื่อตั้งทุกอย่างครบ ต้องปิดแล้วเปิดโปรแกรมใหม่อีกรอบครับ มันถึงจะรู้จักกันอย่างสมบูรณ์

                  

                   ขั้นตอน Setup นั้นสำคัญที่สุดครับ ลองทำตามแล้วสนุกกับการทำงานด้วย ReMOTE SL ได้เลย

Automap บน Cubase/Nuendo จะมีการแยกการทำงานออกเป็น 2 โหมด โหมดแรกจะทำงานเป็น
Generic VST Control Surface โดยปุ่มต่าง ๆ จะแมปเข้ากับ VST Instrument บน Rack ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

ส่วนอีกโหมดหนึ่ง จะใช้สำหรับควบคุมมิกเซอร์บน Cubase โดยเฉพาะ การสลับไปมาระหว่าง 2 โหมดนี้จะใช้ปุ่ม ROW Select คือปุ่มซ้ายมือล่างสุดของ Front Panel ครับ
ในโหมดการควบคุมมิกเซอร์ ปุ่มเลื่อนต่าง ๆ จะใช้ควบคุมระดับความดังบนแทรค ปุ่มที่อยู่ใต้ลงมาจะใช้สำหรับการ Mute และ Solo และปุ่มควบคุมทั้งหลายที่อยู่ทางซ้ายของ SL จะใช้สำหรับเปลี่ยนระบบ Routing อย่าง FX Send, EQ, การแพน, Arm Recording และ Track Select การเข้าไปควบคุมค่าต่าง ๆ พวกนี้นั้น เราสามารถทำได้โดยกดปุ่มไม่กี่ครั้งครับ
(รายละเอียดทั้งหมด อยู่ในเอกสารที่แนบมาให้ ต้องลองอ่านเพื่อทำความเข้าใจกันก่อนใช้) และที่ชอบมาก ๆ ก็คือหน้าจอทางขวาจะแสดง Meter ของแทรคนั้น ๆ เวลาที่เพลงเล่นได้ด้วย!! (แต่จะว่าไปการมองที่จอคอมพิวเตอร์ เราจะเห็นทุกรายละเอียดของแทรคพร้อมกัน ซึ่งดีกว่าอยู่แล้วนิเนอะ)

ในโหมดการควบคุม Instrument (VST) เราจะใช้ปุ่ม Scroll Up/Down อยู่ข้าง ๆ จอแสดงผลทางขวา เพื่อเปลี่ยนจาก Instrument หนึ่ง เป็นอีก Instrument หนึ่งายใน Rack โดยที่การแมปจะมีเลย์เอาท์เป็นมาตรฐานเดียวกับที่คู่มือได้บอกไว้ เช่นพารามิเตอร์อย่าง Filter Cutoff หรือ Amplitude Envelope, Frequency Envelope จะอยู่ในตำแหน่งเดิมของมัน ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปใช้ซินธ์ตัวไหน ทำให้เราสามารถควบคุมพารามิเตอร์เหล่านี้ ได้ง่าย ๆ เหมือนกับฮาร์ดแวร์ซินธ์เลยล่ะครับ

ในการใช้ระบบ Automap กับ VST ทั่วไป เราต้องแน่ใจว่ามีการติดตั้งไฟล์ vstxml ลงไปด้วยครับ โดยมันจะติดตั้งลงในโฟลเดอร์เดียวกับ VST ตัวนั้น ไฟล์ vstxml นี่ ทางผู้ผลิตเป็นผู้ออกแบบและสร้างมันขึ้นมา โดยในปัจจุบัน VST ดัง ๆ ก็จะถูกทำไว้เกือบหมด แต่เราก็สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ โดยการใช้ซอฟต์แวร์ SL Template Editor ครับ ซึ่งการสร้างไฟล์ Automap ด้วย Template Editor นั้น ทำได้ง่ายกว่าการสร้าง Template มาตรฐานทั่ว ๆ ไปอีก โดยให้เราลากพารามิเตอร์ มาวางไว้บนปุ่มควบคุมในหน้าของซอฟต์แวร์ Editor ได้เลย โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันจะส่งข้อมูล MIDI กันแบบไหน? ยังไงเลย? ข้อนี้ถือเป็นหมัดเด็ดที่ประทับใจผู้เขียนเอามาก ๆ เช่นกันครับ  

 

สร้างไฟล์ vstxml โดยการลากพารามิเตอร์ไปวางที่ปุ่มควบคุมต่าง ๆ ยังไม่เคยเห็นอะไรที่ง่ายกว่านี้มาก่อน...

ส่วน VST อื่น ๆ ที่เราไม่ได้สร้างไฟล์ Automap ไว้ พารามิเตอร์ต่าง ๆ ก็จะแมปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการวางแบบสุ่ม ไม่ได้เหมือนกับเลย์เอาท์ที่เราเห็นใน SL User Guide ครับ ก็อาจทำให้ใช้งานยากนิดนึง ถ้ามีเวลาก็เข้าไปสร้างไฟล์ vstxml ขึ้นมาใช้เอง หรือจะรอทาง Novation ทำให้ ซึ่งจะทยอยอัพเดทตามเรื่อย ๆ ครับ


ระบบ Automap กับ Logic Pro 7

เป็นเรื่องที่น่าเสียดาวอยู่ไม่น้อย ที่ ReMOTE SL จะสนับสนุนแค่ Logic Pro 7 เท่านั้น ไม่สนับสนุน Logic Express (แม้แต่ microKontrol ตัวเก่งของผู้เขียน ก็ยังสนับสนุนบน Logic Express) ถ้าใครจะใช้กับ Logic Pro ก็แนะนำให้ใช้ Automap เวอร์ชัน 2 ขึ้นไป ซึ่งจะมีการทำงานเป็นสองโหมดเหมือนกับใน Cubase/Nuendo คือ 1 โหมดสำหรับควบคุมอินสตรูเมนต์ อีกหนึ่งสำหรับควบคุมมิกเซอร์ ในโหมดมิกเซอร์ เราจะใช้ปุ่มเลื่อนในการควบคุมความดังของแทรค ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านล่างของปุ่มเลื่อน 2 ปุ่ม จะใช้สำหรับ Solo กับ Mute ส่วนด้านซ้ายของ SL จะใช้ในการควบคุม Panning, Record Arming, Send, Track Select โดยการเปลี่ยนระหว่างแทรคที่ 1-8 ไปเป็น 9-16 จะทำโดยใช้ปุ่ม Scroll Up/Down ที่อยู่ด้านขวาบนของจอแสดงผลครับ

ส่วนการเปลี่ยนโหมดระหว่าง 2 โหมดนั้น จะใช้ปุ่ม Scroll Up/Down ที่อยู่ทางซ้ายของจอแสดงผล ซึ่งผู้เขียนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมไม่ทำเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้ง Cubase/Nuendo/Logic Pro ในความจริงแล้ว ประเดนนี้คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะคนทำงานจะเลือกใช้เพียงตัวเดียวอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่ผู้เขียนต้องคอยทดสอบทุกระบบ ก็เวียนหัวเหมือนกัน ในโหมดอินสตรูเมนต์นั้น เราจะใช้ปุ่ม SCROLL UP/DOWN ด้านขวาของจอ ในการเปลี่ยนแทรคขึ้น/ลง เราจึงสามารถเลือกเครื่องดนตรีที่จะเล่นได้ (กรณีนี้เหมือนกับ Cubase) มีประโยชน์มากในการนำ SL ไปใช้แสดงสดครับ แต่น่าเสียดายอยู่เสียหน่อย ที่การควบคุมจะใช้ได้แค่ปุ่มหมุน ปุ่มเลื่อนเท่านั้น ปุ่มกดต่าง ๆ จะยังใช้ไม่ได้ (อย่างน้อยก็ในเวอร์ชัน 2 ของ Logic Pro Automap)

พารามิเตอร์ของเครื่องดนตรีต่าง ๆ จะแมปเข้ากับปุ่มโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่เรียงลำดับอย่างเหมาะสมเหมือนกับบน Cubase/Nuendo ครับ เลย์เอาท์ของแต่ละอินสตรูเมนต์จะไม่อยู่ในตำแหน่งเดิม อย่างไรก็แล้วแต่ พารามิเตอร์ต่าง ๆ ก็จะมากันครบ เราแค่เสียเวลาหานิดหน่อยเท่านั้น และถ้าใช้ไปนาน ๆ จนจำได้หมด ก็จะไม่มีปัญหาอะไรแต่อย่างใดครับ

ปุ่ม Row Select หรือปุ่มที่อยู่ทางขวาสุดของ SL จะใช้เป็นตัวเลือกแสดงข้อมูลบนจอ เพราะพารามิเตอร์ของแต่ละเครื่องดนตรีนั้นมีไม่น้อยเลย เราจึงต้องมีหลายหน้า ให้เลือกเปิดโดยปุ่ม Row Select ต่าง ๆ ครับ ทางผู้ผลิตยังแง้ม ๆ มาว่าจะออก Automap บน Logic Pro เวอร์ชัน 3 ายในปีนี้ ซึ่งจะพัฒนาในส่วนควบคุมอินสตรูเมนต์ให้ดียิ่งขึ้น และเลย์เอาท์ของพารามิเตอร์ก็จะทำได้เหมือนบน Cubase/Nuendo ครับ


รายละเอียดของการใช้งานอื่น ๆ

หลังจากได้มาอยู่ในอ้อมกอด ผู้เขียนก็พยายามที่จะใช้มันในงานเพลงทุกครั้งที่มีโอกาส เหตุผลก็เพราะจะได้รู้จักมันให้ได้ครอบคลุมที่สุดในเวลาที่จำกัด ก่อนที่จะนำมารายงานสู่ท่านผู้อ่าน อีกเหตุผลก็เพราะต้องการใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเป็นเจ้าของต่อไป แต่ยิ่งใช้ ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งรู้ว่ามันเป็นคอนโทรลเลอร์ที่มีรายละเอียดสูงมาก ๆ นำไปเทียบกับคอนโทรลเลอร์ของผู้ผลิตรายอื่น ๆ นั้น ทำให้ผู้เขียนลำบากใจยิ่งนัก (มันก็คงไม่น่าจะเทียบตั้งแต่เรื่องของราคาแล้วล่ะ...!!) ขอพูดถึงเรื่องของลิ่มคีย์ก่อน เราจะรู้สึกถึงคุณาพตั้งแต่แรกเริ่มสัมผัสแล้วล่ะครับ แต่การทดสอบเวโลซิตี้แบบแสดงตัวเลข ก็จะพบว่ามันทำมาเพื่อให้เราเล่นจริง ๆ นิ่ง ๆ ไม่เพี้ยน การควบคุม Aftertouch ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ และเราสามารถเล่น Aftertouch ได้ทันทีโดยไม่ต้องซัพพลายไฟเพิ่ม เหมือนอย่างที่ผู้เขียนต้องทำบน CME UF8 (อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็รัก UF8 มาก ๆ เช่นกัน) ส่วนปุ่มควบคุมต่าง ๆ ก็อย่างที่อธิบายไว้ในตอนต้นของบทความแล้วครับ มันทำมาดีมาก ๆ และครบทุกความต้องการ ตัวจอยสติกซ์สำหรับทำ Pitch bend กับ Modulation อาจมีเอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนกับที่เราเคยเล่นบนคีย์บอร์ดทั่วไปเท่าไร แต่ก็ทำมาอย่างดี ควบคุมง่าย ก็จะมี Touchpad ซึ่งอาจไม่ค่อยคุ้นเท่าไร เพราะปกติแล้ว Touchpad ตามคอมพิวเตอร์แลปทอปจะไวต่อสัมผัส แต่ Touchpad บน SL จะไม่ไว เราต้องออกแรงกดนิดถึงจะใช้งานได้ คาดว่าเป็นที่ระบบป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ ระหว่างที่เรากดเล่น Touchpad นั้น ตัว ReMOTE SL จะแจ้งข้อมูลของค่าปัจจุบันและพารามิเตอร์ที่มันคุมอยู่ด้วย โดย Touchpad จะมีพารามิเตอร์ X-Y 2 คู่ X1-X2 Y1-Y2 หมายความว่าเราสามารถตั้งให้การเลื่อน Touchpad ในแนวขวาง (แกน X) ควบคุมพารามิเตอร์ถึง 2 ตัว Touchpad จึงควบคุมพารามิเตอร์ได้ทั้งหมดถึง 4 ตัว ถ้าท่านผู้อ่านนึกออกว่าจะเอามันมาใช้ทำอะไรบ้าง แค่คิดก็สนุกแล้วล่ะครับ


ซอฟต์แวร์ ReMOTE SL Template Editor

คอนโทรลเลอร์ที่มีปุ่มและฟังก์ชันมากมาย จะขาดซอฟต์แวร์ Editor ไปไม่ได้เลย ผู้ผลิตส่วนใหญ่ชอบที่จะวางจำหน่ายคีย์บอร์ดคอนโทรลเลอร์ก่อน แล้วค่อยปล่อยซอฟต์แวร์ Editor ให้ดาวน์โหลดมาใช้กันทีหลังครับ บางผู้ผลิตต้องรอเป็นปีถึงจะได้ใช้ แต่โชคดีที่ผู้เขียนเองได้ทดลองใช้ทันใจพอดี

 

      หน้าตาของซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์ ต้องขอชมว่าทาง Novation ทำหน้าตาออกมาได้ทันสมัย น่าใช้จริง ๆ

ซอฟต์แวร์อิดิตเตอร์ของ SL นั้น นอกจากเราจะใช้โปรแกรมค่าต่าง ๆ ให้กับปุ่มแล้ว เรายังสามารถใช้อัพเดทระบบปฏิบัติการได้ด้วยครับ แล้วหากเราใช้โปรแกรม Cubase/Nuendo เรายังสามารถใช้มันสร้างไฟล์ Automap (vstxml) ให้กับ Plug-in ต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ๆ โดยเราเลือก Import Name From Plug-in โปรแกรมจะสแกน Plug-in ในโฟลเดอร์ที่เราตั้งไว้ แล้วเราสามารถจับพารามิเตอร์ของแต่ละ Plug-in โยนไปที่ปุ่มควบคุมต่าง ๆ เพื่อสร้างไฟล์ vstxml ได้อย่างง่าย ๆ เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าตาได้สวยงาม รูปแบบการใช้งานที่เข้าใจง่าย โดยมีระบบ Wizard สำหรับช่วยคนที่หัดใช้ใหม่ ๆ ลองสังเกตที่หน้าจอนะครับ เรายังใช้มันแบ่ง Keyzone ได้อีกแน่ะ (แต่ผู้เขียนใช้รุ่น 25 คีย์ ส่วนนี้คงไม่จำเป็น)


ในความคิดเห็น