|
Audio Driver Format Audio Driver ก็คือ Software เล็ก ๆ ที่เอาไว้เชื่อมต่อ ระหว่าง โปรแกรมดนตรี กับ Soundcard (Hardware Audio Interface เพราะบางอย่างไม่ได้เป็น Card เช่น Firewire Audio Interface) และ Computer เข้าด้วยกัน เราสามารถติด driver หลาย ๆ แบบ เข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวได้ ซึ่งบางทีก็เกิดการขัดกัน (Conflict) ถึงแม้อาจเกิดได้ไม่ง่าย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเกิดอาการ Crash หรือหนักเข้าคือเครื่องปิดตัวเองไปเลย ซึ่งเมื่อเราพบเจอปัญหาเหล่านี้ ควรแจ้งให้ผู้ผลิตทราบ จะได้ทำการแก้ไขและปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลก Download เพื่อจะได้ใช้งานได้สะดวกขึ้นต่อไป การเลือกซื้อสินค้าควรดูกรณีศึกษาของ Driver ด้วย ซึ่งเคยเกิดกรณีที่บริษัทที่มีชื่อเสียงเริ่มต้นทำ Audio Interface ออกจำหน่ายเป็นสินค้าที่ให้คุณาพเสียงดีมาก แต่เกิดปัญหาที่ Driver แล้วไม่มีการแก้ไข ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานได้เลย เนื่องจากไม่มีเสถียราพ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาการใช้งานใด ๆ ขึ้นมาควรอัพเดท Driver ของเราเรื่อย ๆ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของ Computer ส่วนใหญ่เมื่อแก้ไข Driver ก็จะหายไป รวมไปถึงการอัพเดทระบบปฏิบัติการและ Software ต่าง ๆ ที่ทางผู้ผลิตจะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้อัพเดทได้เรื่อย ๆ การใช้งานก็จะราบรื่นครับ เมื่อเราซื้อ Audio Interface มาตัวหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปจะสนับสนุน Driver หลาย ๆ แบบ เพื่อที่ใช้กับระบบต่างๆ ได้ (Cross-Platform) อย่างเช่น MOTU‘s 828mkII จะมี Driver ที่ใช้กับ Software ของ MOTU เท่านั้นและยังมี Driver แบบ ASIO เพื่อที่ผู้ใช้สามารถที่จะนำไปใช้ได้กับโปรแกรมดนตรีทั้งบน Mac และ PC ที่สนับสนุน ASIO Driver อีกเรื่องที่สำคัญในการพิจารณาก็คือความหน่วง (Latency) ยกตัวอย่างเมื่อคุณกำลังเล่น Software Synthesizer แล้วก็ฟังแทรคที่คุณบันทึกไปก่อนล่วงหน้า สิ่งที่คุณกำลังเล่นจะมาช้ากว่าแทรคที่บันทึกไว้แล้ว ทั้ง ๆ ที่คุณเล่นในเวลาที่ถูกต้องแล้ว แต่เสียงมาช้าไป แม้ว่า Driver ส่วนใหญ่จะให้เราปรับค่าความหน่วงได้ แต่ Driver แต่ละแบบจะให้ค่าที่ไม่เท่ากัน บาง Driver จะมีค่าความหน่วงที่ต่ำกว่าแบบอื่น ๆ
ASIO (Audio Streaming Input and Output) เป็นที่นิยมมากตัวหนึ่งครับ คนดนตรีคุ้นเคยกันมาช้านาน พัฒนาโดยบริษัท Steinberg ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์คู่แข่งของ Logic Pro อย่าง Cubase SX/Nuendo ใช้ได้ทั้งบน Mac และ Windows ข้อดีของมันคือการที่เราสามารถใช้อินพุทและเอาท์พุทได้หลายช่องสัญญาณพร้อมกัน โดยให้ค่าความหน่วงที่ต่ำมากโดยเฉพาะกับการใช้งานซอฟต์แวร์ซินธีไซเซอร์เพราะจุดประสงค์ของมันคือออกแบบมาเพื่อนักดนตรีกับซาวน์เอนจิเนียร์อยู่แล้วครับ DAE (Digidesign Audio Engine) จะไม่เหมือนไดร์เวอร์ทั่วไปครับ เพราะมันจะใช้กับออดิโออินเตอร์เฟซ ของทาง Digidesign เท่านั้น โดยเป็นทั้ง Multi-channel Driver และ Audio Engine โดยจะใช้กับโปรแกรมที่สนับสนุนเช่น Pro Tools, Logic และ Digital Performer และเมื่อเราใช้ DAE แล้วเรายังสามารถใช้ Plug-in แบบ RTAS และ TDM ได้ด้วย Direct I/O ใช้กับออดิโออินเตอร์เฟซของทาง Digidesign เท่านั้น เหมือนกับ DAE แต่มันเป็นเพียงแค่ Multi-Channel Driver เท่านั้นครับ ไม่มี Audio Engine เราจึงไม่สามารถใช้งาน RTAS และ TDM บนระบบที่มีแต่ Direct I/O ได้ GSIF พัฒนาโดยบริษัท TASCAM สำหรับใช้กับโปรแกรม GigaStudio (ซอฟต์แวร์แซมเปลอร์ยอดนิยมอีกตัวหนึ่ง) ครับ ไดร์เวอร์ตัวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ค่าความหน่วงที่ต่ำมาก ในตอนที่เราทำการสตรีมมิ่ง (Streaming) ข้อมูลเสียงจากฮาร์ดไดร์ว MAS (MOTU Audio System) จากค่าย Mark of the Unicorn (MOTU) ที่เรารู้จักกันดีครับ มันคือไดร์เวอร์สำหรับการบันทึกเสียงลงฮาร์ดดิสค์ บนโปรแกรม Digital Performer โดยสามารถใช้ได้กับเสียงที่มีความละเอียด 24 Bit/96kHz และก็ใช้ input/output ได้หลายช่องสัญญาณพร้อมกัน และตัวมันเองก็เป็น plug-in architecture สำหรับการประมวลผลเสียงแบบเรียลไทม์อีกด้วยครับ SoundManager เป็นไดร์เวอร์แบบเก่าที่ใช้บน Mac ก่อนการถือกำเนิดของ Core Audio มีความสามารถในการบันทึกเสียงและเล่นเสียงทั้งแบบโมโน-สเตอริโอ แต่สนับสนุนความละเอียดแค่ 16 Bit/44.1kHz เท่านั้น Direct Sound มีคุณสมบัติเดียวกับ SoundManager แต่พัฒนาโดย Microsoft เพื่อใช้กับ Windows ใช้ได้กับออดิโออินเตอร์เฟซแทบทุกรุ่น (โดยเฉพาะกับตระกูล SoundBlaster) ซึ่งก็เอาไว้บันทึกและเล่นเสียง แต่มีความหน่วงสูงจนไม่เหมาะสำหรับงานดนตรีเหมือนกับ Driver แบบ SoundManager ครับ WDM (Windows Driver Model) ให้เปรียบเทียบก็คงเหมือน ASIO ที่สนับสนุนการบันทึกและเล่นพร้อมกันทีละหลายช่องสัญญาณ เรายังสามารถใช้ซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์แบบ DXi เพื่อให้ได้ความหน่วงต่ำ (แต่ก็ยังมากกว่า ASIO อยู่นิดหน่อย) รวมไปถึงการใช้งาน DirectX Audio Effect ได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องทำการประมวลผลล่วงหน้า นั้นคือเราสามารถให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็น Effect ที่ใช้งานได้บนเวทีแสดงสดเลยล่ะครับ
|