---> Reviews
รู้จักกับกลุ่ม Hyperinstruments (ปัจจุบัน) | รู้จักกับกลุ่ม Hyperinstruments (ปัจจุบัน) |
|
|
| Written by init_program | |
| Wednesday, 12 April 2006 | |
|
เราอาจได้รู้จัก MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว เราอาจได้รู้จัก MIT Media Lab ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ศึกษาและวิจัยเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อใช้ในการสื่อสารและการแสดงออก (เมื่อไม่นานนี้ก็มีข่าวดังเรื่อง Laptop ราคา $100) ซึ่งายใน Media Lab เอง ก็ยังมีกลุ่มวิจัยย่อยในด้านเสียงอีกสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ Music, Mind and Machine (กำกับทิศทางโดย Berry Vercoe ผู้ประดิษฐ์ Csound) สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีทางเสียงใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้กับ Interactive Media Application ในอนาคต อีกกลุ่มนึงคือประเดนที่จะเล่าสู่กันฟังในตอนนี้ คือกลุ่ม Hyperinstruments หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “Opera of the Future” ครับ เรามาดูความเป็นมากันเลย…
![]() เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1986 ครับ ศาสตราจารย์ทอด มาคโฮเวอร์ (Tod Machover) เริ่มต้นโปรเจกต์นี้ขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเครื่องดนตรีโดยเทคโนโลยี่ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมนักดนตรีที่มีทักษะสูงให้ใช้งานได้คุ้มค่าต่อทักษะที่มี อุปกรณ์ที่ออกแบบโดย Hyperinstruments ช่วงแรกก็เป็นเครื่องช่วยสำหรับกีตาร์, คีย์บอร์ด, เครื่องเคาะจังหวะและเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องสายหรือแม้แต่เครื่องช่วยสำหรับวาทยกร นักดนตรีที่เคยใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็มีนักดนตรีชื่อดังอย่างโย-โย่ มา, เดอะลอสแองเจิลลิส ฟิลฮาร์โมนิกส์, ปีเตอร์ กาเบรียลหรือแม้แต่นักมายากลอย่างเพนน์ แอนด์ เทลเลอร์ก็ยังเคยมีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้ด้วยครับ
ศาสตราจารย์ทอด มาคโฮเวรอ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Hyperinstruments และนับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา เป้าหมายของกลุ่ม Hyperinstruments ก็เริ่มขยายขอบเขตมาเป็นการสร้างเครื่องดนตรีใหม่เพื่อนักดนตรีสมัครเล่น, นักเรียนนักศึกษา, ผู้มีใจรักดนตรีและคนทั่วไป เครื่องดนตรีรุ่นหลัง ๆ อย่าง Drum-Boy และ Joystick Music เป็นเครื่องดนตรีที่ช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักดนตรี สามารถสร้างสรรค์เสียงดนตรีที่มีความซับซ้อนน่าสนใจ โดยการเล่นกับอุปกรณ์เหล่านี้อย่างง่าย ๆ เช่นขยับจอยสติ๊กเป็นรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบันงานวิจัยของกลุ่มก็ยังพัฒนาไปในสองทิศทางคือออกแบบระบบสำหรับมืออาชีพให้มีทิศทางใหม่ ๆ และสร้างสรรค์เพื่อเค้นความสามารถของผู้แสดงออกมาได้เต็มที่ กับการออกแบบระบบเอนเตอร์เทนเมนต์แบบอินเตอร์แอคทีฟให้มีประสิทธิาพสูงกว่าที่เคยมีมาสำหรับคนทั่ว ๆ ไป (ยกตัวอย่างเช่นเกมส์ที่ให้ผู้เล่นตอบสนองการเล่นออกมาเป็นดนตรีและระบบการเรียนรู้การเล่นดนตรี) งานวิจัยจะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ (เซนเซอร์, การประมวลผลสัญญาณและซอฟต์แวร์) ที่ประเมินและตีความการแสดงของผู้เล่นออกมาเป็นศิลปะแบบโต้ตอบระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้เล่น (Interactive Art) และยังคงความเป็นนวัตกรรมและความบันเทิงไปพร้อม ๆ กันด้วยครับ นอกจากผลงานที่เกี่ยวกับดนตรีแล้ว ยังมีผลงานอื่น ๆ ที่นำเรื่องวิจัยมาประยุกต์ใช้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของมนุษย์และการควบคุมาพโดยใช้สัญชาติญาณมนุษย์ (ผลงานที่ผ่านมาก็มีเลเซอร์สำหรับหาระยะและพิพิธัณฑ์อุกาบาตร ฯลฯ) ผลงานล่าสุดก็มีทั้ง Hyperinstruments สำหรับเด็ก ๆ และนักดนตรีสมัครเล่น แล้วก็ Advance Hyperinstruments สำหรับขยายขอบเขตการเล่นของวงออเคสตร้า เกริ่นรายละเอียดของกลุ่มไปพอสมควรแล้ว ตอนนี้ขออนุญาตหยิบอุปกรณ์ระดับคลาสสิคของกลุ่มมาฝากกันครับ Hypercello
โย-โย่ มาขณะบรรเลงเชลโล เป็นงานเก่าในปี 1991 ครับ ทีม Hyperinstruments ได้ออกแบบเชลโลสำหรับโย-โย่ มาโดยเฉพาะ และศาสตราจารย์ทอดยังได้แต่งเพลงพิเศษชื่อว่า Begin Again Again… เพื่อให้โย-โยมาใช้กับเครื่องดนตรีใหม่ชิ้นนี้ ไฮเปอร์เชลโลเป็นอุปกรณ์ที่ผู้เล่นสามารถควบคุมเสียงได้มากกว่าที่เคย โดยที่แทบไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นมากนัก เทคนิกพิเศษที่เพิ่มเข้าไป (ไม่ว่าจะเป็นการวัดการเคลื่อนไหวของข้อมือ, เซนเซอร์วัดความกดและตำแหน่งของการสีเชลโล, เครื่องชี้ตำแหน่งของนิ้วมือซ้าย , ซอฟต์แวร์วิเคราะห์และประมวลผลสัญญาณเสียง ฯลฯ) จะส่งข้อมูลไปให้คอมพิวเตอร์ทำการวัด, ประเมินผลและตอบสนองผู้เล่นทุกรูปแบบเท่าที่จะทำได้ ในเพลงหนึ่งเพลงจะมีการใช้เทคนิกต่าง ๆ กันไปในแต่ละท่อนครับ (ไม่อย่างนั้นคงวุ่นวายน่าดู) เสียงเหล่านี้จะออกแบบโดยผู้เล่นเองครับ ไม่ใช่เกิดจากเครื่องสุ่มมาให้ โดยใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างสรรค์เสียงใหม่ ๆ ครับ โดยไฮเปอร์เชลโลเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ Hyperstring Trilogy ซึ่งศาสตราจารย์ทอดได้สานต่อเป็น 3 าค าคแรกคือ Begin Again Agian… สำหรับโย-โย่ มา บรรเลงในงานแทงเกิลวูด เฟสติวอล ปี 1991 าคสองคือเพลง Song of Penance สำหรับ Hyperviola and Chamber Orchestra บรรเลงโดย คิม คาชคาเชียนและวงลอสแองเจิลลิส ฟิลฮาร์โมนิก ส่วนาคที่สามคือเพลง Forever and Ever เล่นในปี 1993 โดยอานี่ คาวาเฟียนและวงเซนต์พอล แชมเบอร์ออเครสตร้า สำหรับใครที่อยากฟัง ก็รอผลงานบันทึกล่าสุด เล่นโดยบอสตัน โมเดิร์น ออเครสตร้า โปรเจกต์ และนักดนตรีรับเชิญอย่างแมทท์ ไฮโมวิทซ์ (Matt Haimovitz), คิม คาชคาเชียน (Kim Kashkashian) และอานิ คาวาเฟียน (Ani Kavafian) ซึ่งกำลังจะออกจำหน่ายในเร็ววันนี้ครับ
ศาสตราจารย์ทอด ขณะกำลังแต่งเพลงให้กับโปรเจกต์ไฮเปอร์สตริง หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการจะเข้าไปดูตัวอย่างโปรเจกต์ในปัจจุบันของ Hyperinstruments สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.media.mit.edu/hyperins/ บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่โดยวารสาร The Absolute Sound & Stage
Set as favorite Bookmark
Email This
Hits: 3080 Comments (4)
![]() Write comment
|
|
| Last Updated ( Wednesday, 12 April 2006 ) |
| < Prev | Next > |
|---|
iamDIY | Sounddesire | Sounddesire2 | Space360 | HorizoneR | SavantEmpire | StBlank | Ocean-1 | Kijjaz | Neuter Lover | Giwii | Ging | Panot@Flickr | Zanzilla
Changkhui | Djadisorn | Freemac | Jungnub | Management | Maneemusic | Nakdontri | Oldsonghome | Patid | Rekasthai | Sonarboy | Songburi | Supersub | Taluitamtawan | Thaicool | Thaiportfolio | Upkajuy | Vshoxx | Pakerank | Zuatnight | Polypink | Zamplr