|
อินสตรูเมนต์และเอฟเฟกต์บน Live ช่วงการผลัดเปลี่ยนเวอร์ชันจาก 4 มาเป็น 5 นั้น ทาง Ableton ได้ออก Operator ซอฟต์แวร์เอฟเอ็มซินธ์ให้ผู้ใช้ได้ลองสัมผัสกัน แต่ไม่ฟรีครับ ถ้าอยากใช้แบบเต็มรูปแบบ ต้องเสียเงินซื้อ 129 ยูโร มาถึงเวอร์ชัน 5 นั้นได้เพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆเข้ามาหลายตัวเลยทีเดียว อย่างตัวที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดก็คือ Beat Repeat ครับ มันเป็นดีเลย์ชนิดหนึ่งที่ต่อสัญญาณเข้ากับทรานสโพสเตอร์และฟิลเตอร์ สัญญาณที่ส่งเข้ามาจะถูกทริกเกอร์ได้หลากหลายวิธี โดยที่ยังคงซิงค์กันตลอด แล้วเสียงที่ได้จะมีลักษณะเหมือนคนพูดติดอ่าง หรือที่ฮิตกันในต่างประเทศในชื่อ ‘Stutter Effect (Edit)’ ครับ หน้า GUI ของ Beat Repeat แม้จะมีพารามิเตอร์ให้เลือกใช้ไม่มาก แต่เรียนรู้วิธีใช้แล้ว จะเล่นได้อย่างสนุกมากๆ
ลองนำมันมาใช้กับแทรคกลองดูครับ มันจะมีการแบ่งเสียงออกเป็นส่วนๆ แล้วเล่นส่วนนั้นซ้ำๆไปมาด้วยวิธีการอันหลากหลาย หรือถ้าต้องการ เราสามารถส่งสัญญาณฟีดแบ็คลูปไปทรานโพสหรือส่งต่อไปยังฟิลเตอร์ก็ได้ แล้วเรายังสามารถเลือกได้ว่าจะให้สัญญาณสุดท้ายมาผสมกับสัญญาณเริ่มต้นแค่ไหน หรือจะให้แทนที่สัญญาณเดิมในส่วนที่มันทริกเกอร์ หรือจะให้ส่งออกเฉพาะอันใหม่ (เหมาะสำหรับใช้บนรีเทิร์นแทรค) และการปรับแต่งแต่ละแบบ จะให้ความหลากหลายทางเสียงมากเหลือเกินครับ ทำให้เราเล่นกับมันได้อย่างสนุกไม่รู้เบื่อเลยจริงๆ โดยเราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ตั้งแต่การทำงานเพลง การรีมิกซ์หรือแม้แต่บนเวทีก็ช่วยสร้างสีสันได้ดีมากครับ ดีเจยังสามารถใช้มันในการช่วยต่อเพลงอีกต่างหาก และจะดียิ่งกว่านั้นอีกครับ ถ้าเราใช้งานร่วมกับเอฟเฟกต์ตัวอื่นๆอย่าง Phaser และ Flanger เอฟเฟกต์สองตัวนี้โมเดลมาจากเอฟเฟกต์กีตาร์ในยุค 70 ครับ แม้ทางผู้ผลิตไม่ได้ระบุตรงๆว่าเอามาจากรุ่นไหน แต่ก็ทำได้ดี ตั้งแต่การสร้างสีสันเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงเปลี่ยนสีใหม่ให้สวยสด ช่วยเพิ่มขอบเขตของซาวน์ดีไซน์ใน Live ให้มากขึ้นอีก นอกจากนี้ก็ยังมี Auto Pan จะช่วยเราแพนเสียงจากการมอดดูเลทด้วยเวฟฟอร์ม 4 แบบ (ไซน์, สามเหลี่ยม, ฟันเลื่อย, แบบมั่ว) ซึ่งเรายังสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้อีกนิดหน่อย เราสามารถตั้งให้สัญญาณมอดของฝั่งซ้าย-ขวาอินเฟสกัน (0 องศา) เพื่อให้เสียงมีลักษณะสั่นเหมือนเอฟเฟกต์ Tremolo หรือหากปรับให้ค่า Amount แรงขึ้น ลักษณะของเสียงจะเหมือนผ่านเอฟเฟกต์เกต และสามารถเลื่อนเฟสได้มากที่สุด 360 องศา และที่ 180 องศาจะเป็นจุดที่กว้างที่สุด และก็ยังมีโหมด ‘Spin’ ซึ่งเป็นการปรับให้ความถี่ของสัญญาณมอดซ้าย-ขวามีความต่างกัน มากที่สุดคือ 50% หรือต่างกันประมาณ 3/4 ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากท่านผู้อ่านได้ทดลองตามไปด้วย จะเข้าได้มากกว่าอ่านแต่เพียงอย่างเดียวครับ สำหรับคนชอบเสียงแบบอนาลอกก็มี Saturator ที่จะช่วยสร้างความอิ่มอุ่นให้กับเสียง ลองปรับแต่งในส่วนของ ‘Color’ ดูนะครับ จะช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ของเสียงได้ดีเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการปรับให้ต่างจากเดิมมากน้อยแค่ไหนด้วยครับ เพราะหมุนไปนิดเดียว เสียงก็เปลี่ยนไปเยอะแล้ว ค่อยๆปรับและฟังจนกว่าจะเจอซาวน์ที่ใช่ครับ หน้าตาของเอฟเฟกต์ใหม่ทั้ง 3 ตัว Phaser/Flanger/Saturator MIDI Processor ตัวใหม่ Arpeggiator Arpeggiator เป็นเอฟเฟกต์มิดี้อีกตัวหนึ่งที่มีผู้ใช้ร้องขอเข้ามามาก ทาง Ableton จึงจัดมาในเวอร์ชันนี้ และเมื่ออุตสาห์ทำมาให้แล้ว มันก็ย่อมไม่ใช่แบบธรรมดาครับ แต่มันยังติดรูปแบบการเล่นมาให้อีก 18 สไตล์ (ในคู่มือจะบอกรายละเอียดของแต่ละสไตล์ไว้อย่างละเอียด) สำหรับดีเจมือใหม่ที่อาจไม่เคยรู้จักมันมาก่อน Arpeggiator เป็นสิ่งสำคัญมากในซินธ์ยุค 80 ครับ โดยนำแนวคิดของ ‘Arpeggio หรือการเล่นโน้ตจนเป็นคอร์ด’ มาใช้ ซึ่งคำๆนี้ก็มาจากคำใน
|