Home

Review Logic Pro 8 PDF Print
Written by PHz   
Wednesday, 19 March 2008
Article Index
Review Logic Pro 8
One Screen Interface
Mixer กับ Inspector

One Screen Interface

clip_image006

อย่าง ที่หลายท่านทราบกันดีว่า Logic 8 ได้รวมเอาหน้าต่างสำคัญที่ใช้ในการทำงานเข้ามาเป็นหน้าต่างเดียว เพื่อให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างง่ายดาย เรื่องนี้พิสูจน์ได้เองเลย เพราะถ้าเทียบกับ Logic Pro 7 ผู้เขียนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากเปิดโปรแกรมเป็นครั้งแรก กว่าจะขึ้น Virtual Instrument Track ได้ มาถึง Logic Pro 8 เปิดขึ้นมาครั้งแรก แม้จะเลือกเป็นหน้าโปรเจกต์เปล่า (Empty Project) ผู้เขียนก็รู้ได้ทันทีเลยว่าจะเริ่มทำงานกันอย่างไร เพียงแค่ 5 นาที ผู้เขียนได้แทรคกีตาร์ที่บันทึกเรียบร้อยความยาว 3 นาที และพร้อมจะขึ้นแทรคต่อไปทันที

หรือจะให้ง่ายกว่านั้น ถ้าเราเลือกเทมแพล็ทที่เราต้องการจะใช้ เช่นหากต้องการทำ Orchestration สำหรับประกอบ��าพยนตร์ ก็เลือก Compose->Orchestral โปรแกรมจะโหลดเสียงขึ้นแทรคต่าง ๆ พร้อมเอฟเฟกต์ที่เหมาะสมกับเครื่องดนตรีนั้น พร้อมจะให้เราเริ่มงานได้ทันทีเช่นกันครับ

ในเรื่องของ User Interface ผู้เขียนยังชอบการแบ่ง “Screenset” ออกเป็น 9 แบบ เพื่อให้เราเรียกหน้าต่างสำหรับการทำงานได้อย่างรวดเร็วผ่านการคิดปุ่มตัว เลข 1-9 อย่างเช่นเราต้องการอิดิต MIDI อย่างเร็วก็กดปุ่ม “5” ต้องการบาลานซ์ความดังกด “6” หรือทำ Final Mix กด “7” เป็นต้น

ใน ส่วนของ Toolbar เรายังสามารถเลือกปรับแต่ง (Customize) ได้ แค่เราคลิกขวา (หรือ Control+คลิก) เลือก “Customize Toolbar…” ก็จะมีหน้าต่างป๊อปขึ้นมา ให้เราลากไอคอนที่ใช้ประจำกว่า 40 แบบ มาวางไว้ที่ Toolbar เพื่อเรียกใช้อย่างรวดเร็วได้ใน��ายหลัง ระบบนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึง Browser อย่าง Firefox ที่ทำแบบเดียวกันได้ราวกับเลียนแบบกันมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำวิจัยของทีมพัฒนา ที่เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้อย่างเรา ก็แนะนำให้ใช้กันนะครับ เพราะจะช่วยให้ Workflow ไหลลื่นขึ้นจริง ๆ

clip_image008

ด้าน ล่างสุดของ GUI คือ Transport Panel ก็ทำ Customize ได้เช่นกันครับ เพียงแต่เราไม่ต้องลากไอคอน แค่เลือกเอาหรือไม่เอา มันก็จะขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งมีตัวเลือกให้เยอะมาก น่าจะถูกใจคนทำงานระดับอาชีพจริง ๆ

เหนือ Transport ขึ้นไปเล็กน้อย จะมี Tabs สำหรับให้เราใช้เปิดหน้าสำหรับทำการอิดิตค่าต่าง ๆ ซึ่งถ้าเทียบกับเวอร์ชันก่อน หน้ามิกเซอร์จะแยกออกมาอิสระ แต่ตอนนี้เราสามารถเปิดพร้อมหน้า Arrangement ได้เลย ผู้เขียนชอบระบบการทำงานแบบนี้มาก เพราะแม้แต่ Ableton Live ที่ใช้ทำงานประจำก็ไม่มี ต้องใช้วิธีสลับไปมาระหว่างหน้า Arrange กับ Mixer เอาครับ

ที่น่าสนใจมากเช่นกันคือระบบ Key Command ที่ Customize ได้หลายชุด เซฟและเรียกใช้ได้เรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ Logic Pro 8 นั้นเหมาะกับการทำงานโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ที่อาจมีคนคุมงานมากกว่า 1 คน หรือหากเราต้องไปทำงานในส��าพแวดล้อมอื่น ระบบนี้ก็ช่วยได้มากเช่นกัน

ระบบ Track Auto-Zoom ก็เป็นหนึ่งในการใส่ใจด้าน Usability เช่นกันครับ คลิกไปที่ Track ไหน Track นั้นจะขยายใหญ่ขึ้นกว่า Track อื่น ให้เราได้เห็นข้อมูลต่าง ๆ อย่าง Waveform ชัดขึ้น ซึ่งก็คล้าย ๆ เมนูแบบตาปลา (Fish Eye Menu) ที่ Mac User คุ้นเคยกันดี เพียงแต่มันไม่มีเอฟเฟกต์ย่อ-ขยายแบบเนียน ๆ เท่านั้นเอง

clip_image010

และ แม้จะเปลี่ยนหน้าตาไปบ้าง แต่สาวก Logic ที่ชอบระบบ “Environment” ก็อุ่นใจได้ เพราะมันยังคงมีอยู่ Power User จะใช้มันปรับเปลี่ยนเซ็ทอัพ Audio/MIDI ได้อย่างที่ต้องการ แม้ว่าการทำงานเพลงหรืองานเสียงทั่ว ๆ ไป ไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ตามครับ

Media Manager

ซอฟต์แวร์ DAW หลายตัวนั้น ต่างให้ความสำคัญกับระบบจัดการไฟล์มีเดียมาก เป็นผลเนื่องมาจากขนาดของ Memory ที่มีมาก ไฟล์ก็มีมากตาม Logic Pro 8 ได้วาง Media Manager ไว้ทางด้านขวาของหน้าต่าง Arrange โดยมี Bin Tab สำหรับเข้าถึงไฟล์ในโปรเจกต์ปัจจุบันที่ทำอยู่ Library Tabs จะใช้หาซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์หรือพรีเซตของเอฟเฟกต์และ Channel Strip ฯลฯ ถ้าหาไม่เจอก็มีระบบค้นหา แม้ว่าจะเป็นพรีเซตของ Space Designer ที่ทำไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วบน Logic เวอร์ชันก่อน มันก็ยังหาเจอด้วยครับ

clip_image012



Last Updated ( Tuesday, 14 October 2008 )
 
< Prev   Next >